| # | ปัญหา/อุปสรรค/ข้อคิดเห็นในปีที่ผ่านมา | แนวทางการปรับปรุง/ พัฒนา | โครงการ/ กิจกรรมที่รองรับ | ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|---|---|---|
| 1) | หลักสูตรมีความโดดเด่นในการบริหารคุณภาพ มีระดับคะแนนประเมินคุณภาพหลักสูตรเป็นที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยรังสิตให้เป็นหนึ่งในหลักสูตรนำร่องในการเข้าสู่ระบบประกันคุณภาพสากล AUN QA | หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยรังสิตให้เป็นหนึ่งในหลักสูตรนำร่องในการเข้าสู่ระบบประกันคุณภาพระดับสากล AUN-QA ตามผลการประเมินคุณภาพการศึกษาที่โดดเด่นของหลักสูตร เพื่อต่อยอดจุดแข็งดังกล่าว หลักสูตรได้กำหนดแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาเชิงระบบ เพื่อยกระดับการบริหารคุณภาพการศึกษาตามแนวคิด Outcome-Based Education และ Continuous Quality Improvement (CQI) ให้สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินของ AUN-QA ดังนี้ 1. พัฒนาศักยภาพอาจารย์ผู้สอนด้าน Outcome-Based Education จัดอบรมให้แก่อาจารย์ผู้สอนทุกคนในหลักสูตรในประเด็นการกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ (PLOs และ CLOs) การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน และการประเมินผลการเรียนรู้ตามแนวทาง Outcome-Based Learning เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนและการวัดผลมีความสอดคล้องกันทั้งในระดับรายวิชาและระดับหลักสูตร 2. ปรับปรุงรูปแบบเอกสาร มคอ. / RQF 3–4–5–6 ให้สอดคล้องกับ AUN-QA และ KSEC ดำเนินการทบทวนและปรับรูปแบบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรและรายวิชา เพื่อให้สามารถแสดงความเชื่อมโยงระหว่างผลลัพธ์การเรียนรู้ของรายวิชา (CLOs) ผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร (PLOs) และสมรรถนะด้าน Knowledge, Skills, Ethics และ Character (KSEC) ได้อย่างชัดเจน และสามารถใช้เป็นหลักฐานในการประเมินตามเกณฑ์ AUN-QA 3. พัฒนาระบบการทวนสอบการประเมินผลการเรียนรู้ของนักศึกษา เพิ่มกระบวนการทวนสอบข้อสอบและการประเมินผลนักศึกษา โดยให้สอดคล้องกับระดับการเรียนรู้ตาม Learning Taxonomy และ Learning Domains รวมถึงผลลัพธ์การเรียนรู้ของรายวิชาและหลักสูตร เพื่อให้ผลการประเมินสะท้อนระดับความสามารถของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม และมีความน่าเชื่อถือในเชิงคุณภาพ 4. กำหนดการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาระดับหลักสูตรแยกตามชั้นปี จัดให้มีการประเมินผลการบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาตามรายชั้นปี และนำผลการประเมินมาใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง ตามวงจรการประกันคุณภาพการศึกษา | หลักสูตรได้กำหนดโครงการและกิจกรรมเพื่อรองรับการพัฒนาระบบบริหารคุณภาพการศึกษาและการเข้าสู่การประเมินตามเกณฑ์ AUN‑QA ดังนี้ 1. โครงการสัมมนาบุคลากรวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ จัดขึ้นภาคการศึกษาละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นกลไกในการติดตาม วิเคราะห์ปัญหาและผลการจัดการเรียนการสอนในแต่ละภาคการศึกษา รวมถึงกำหนดแนวทางปรับปรุงและพัฒนาในภาคการศึกษาถัดไปตามแนวคิด Continuous Quality Improvement (CQI) ภายในโครงการได้จัดอบรมให้แก่อาจารย์ผู้สอนในประเด็น Outcome-Based Education (OBE) แนวทางการประเมินคุณภาพตามเกณฑ์ AUN‑QA และการเขียนเอกสาร RQF 3–4–5–6 เพื่อให้การออกแบบการเรียนการสอนและการประเมินผลมีความสอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร 2. การแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับมาตรฐานของหลักสูตร หลักสูตรได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับมาตรฐานของหลักสูตรชุดใหม่ โดยมีหน้าที่พิจารณาความสอดคล้องของผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) และผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา (CLOs) รวมถึงการทวนสอบข้อสอบและการประเมินผลนักศึกษาให้สอดคล้องกับระดับการเรียนรู้ตาม Learning Taxonomy และ Learning Domains เพื่อยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของการประเมินผล 3. การประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาแยกตามชั้นปี (YLOs) หลักสูตรได้กำหนดแนวทางการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้รายชั้นปี โดยผ่านกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม ได้แก่ 3.1 การจัดทำข้อสอบทวนสอบรายชั้นปี โดยอ้างอิงแนวข้อสอบของสภาวิศวกร และปรับโครงสร้างเนื้อหาให้สอดคล้องกับรายวิชาที่นักศึกษาได้เรียน 3.2 การจัดกิจกรรมประกวดโครงงานรายชั้นปี เพื่อประเมินทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ การทำงานเป็นทีม และจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ให้สอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้รายชั้นปี (YLOs) 3.3 การกำหนดให้นักศึกษาเข้ารับการสอบมาตรฐานวิชาชีพของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) โดยแบ่งระดับการสอบให้เหมาะสมกับสมรรถนะของนักศึกษาในแต่ละชั้นปี ทั้งนี้ ผลการประเมินจากกิจกรรมดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ผลการบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษา และใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาหลักสูตรในรอบต่อไป | ผู้รับผิดชอบหลัก: คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ รองคณบดีฯที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ผู้ร่วมดำเนินการและกำกับติดตาม: คณะกรรมการกำกับมาตรฐานของหลักสูตร หัวหน้ารายวิชาที่เกี่ยวข้อง อาจารย์ประจำทุกท่าน |
| 2) | หลักสูตรมีแนวปฏิบัติที่ดีในหลายตัวบ่งชี้ มีการทำ KM และถ่ายทอดแนวปฏิบัติสู่ระบบ RKMS และได้รับรางวัลแนวปฏิบัติที่ดีในหลายปีการศึกษาต่อเนื่อง | จากการที่หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มีแนวปฏิบัติที่ดีในหลายตัวบ่งชี้ มีการดำเนินงานด้านการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) อย่างเป็นระบบ และมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีเข้าสู่ระบบคลังความรู้ของมหาวิทยาลัย (RKMS) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลักสูตรได้รับรางวัลแนวปฏิบัติที่ดีในหลายปีการศึกษาติดต่อกัน เพื่อต่อยอดจุดแข็งดังกล่าว หลักสูตรได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยในปีการศึกษา 2568 จะยังคงดำเนินการจัดการความรู้และถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดีเข้าสู่ระบบ RKMS เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาตามแนวคิดการประกันคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และมุ่งหวังการได้รับรางวัลแนวปฏิบัติที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ในปีการศึกษาดังกล่าว หลักสูตรได้กำหนดส่งผลงานรายงานแนวปฏิบัติที่ดีจำนวน 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการพลิกโฉมการจัดการศึกษาเชิงนวัตกรรมตามแนวคิด Transformative Learning มุ่งเน้นการออกแบบการเรียนรู้ที่ส่งเสริมบทบาทผู้เรียนเชิงรุก การคิดวิเคราะห์ และการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์และรายวิชา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะของบัณฑิตให้ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสังคม 2. ด้านการสร้างความเป็นเลิศในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีของประเทศไทย มุ่งเน้นการบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรมของอาจารย์และนักศึกษาเข้ากับการจัดการเรียนการสอนและโครงงานวิศวกรรม เพื่อเสริมสร้างทักษะการวิจัย ความคิดสร้างสรรค์ และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้สู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่มีผลกระทบเชิงสังคม 3. ด้านการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนจากชมรมสู่หน่วยการเรียนรู้ พัฒนาแนวทางการเรียนรู้จากกิจกรรมเสริมหลักสูตรและชมรมนักศึกษาให้เกิดเป็นหน่วยการเรียนรู้ที่สามารถประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และสนับสนุนการพัฒนาสมรรถนะด้านทักษะชีวิต การทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำของผู้เรียน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งนี้ ผลจากการจัดการความรู้และการพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีดังกล่าว จะถูกนำมาใช้ประกอบการทบทวนและปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง ตามวงจรการประกันคุณภาพการศึกษา | หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ได้กำหนดโครงการและกิจกรรมเพื่อรองรับการดำเนินงานด้านการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) อย่างเป็นระบบ และการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีเข้าสู่ระบบคลังความรู้ของมหาวิทยาลัย (RKMS) โดยครอบคลุมแนวปฏิบัติที่ดีทั้ง 3 ด้าน ดังนี้ ด้านที่ 1 การพลิกโฉมการจัดการศึกษาเชิงนวัตกรรมตามแนวคิด Transformative Learning 1. 1 โครงการสัมมนาบุคลากร วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ จัดขึ้นภาคการศึกษาละ 1 ครั้ง เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีด้านการจัดการเรียนการสอนตามแนวคิด Transformative Learning โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Module-based Learning และถอดบทเรียนจากการดำเนินงานเพื่อนำเสนอและถ่ายทอดเข้าสู่ระบบ RKMS ด้านที่ 2 การสร้างความเป็นเลิศด้านการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม 2.1 โครงการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้รายชั้นปี โดยจัดกิจกรรมแสดงผลงานและประกวดโครงงานนักศึกษารายชั้นปี ในชื่อ “BME Innovations and Job Fairs” จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนพฤษภาคม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาโครงงานวิศวกรรมชีวการแพทย์ วิเคราะห์และปรับปรุงผลงานที่มีความโดดเด่นในปีที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และถอดบทเรียนจากการดำเนินงานเพื่อนำเสนอและถ่ายทอดเข้าสู่ระบบ RKMS 2.2 การสนับสนุนและส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าร่วมการตีพิมพ์ผลงานวิจัยทั้งในวารสารและการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบ่มเพาะนักศึกษาด้านการวิจัยและนวัตกรรม 2.3 การสนับสนุนนักศึกษาเข้าร่วมการประกวดนวัตกรรมระดับชาติ การแข่งขัน Startup และการประกวดสิ่งประดิษฐ์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมและการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี โดยมีการสังเคราะห์องค์ความรู้และบทเรียนจากผลงานที่ได้รับรางวัลเข้าสู่ระบบ RKMS ด้านที่ 3 การสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน 3.1 การสนับสนุนนักศึกษาเข้าร่วมค่ายอบรมและกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน เช่น Brain Camp และ Hackathon ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 และนำผลการเรียนรู้จากกิจกรรมดังกล่าวมาสังเคราะห์เป็นแนวปฏิบัติที่ดีด้านการจัดการเรียนรู้นอกห้องเรียนและเผยแพร่ผ่านระบบ RKMS ทั้งนี้ แนวปฏิบัติที่ดีและบทเรียนที่ได้จากการดำเนินโครงการและกิจกรรมดังกล่าว จะถูกนำมาใช้ประกอบการทบทวนและปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง ตามวงจรการประกันคุณภาพการศึกษา 3.2 กิจกรรมการสอนเสริมและปรับพื้นฐานด้าน Medical AI ทุกวันอาทิตย์ โดยนักศึกษาชมรม AI Medical RSU | ผู้กำกับนโยบายและให้การสนับสนุน : คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ รองคณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ ผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินงานระดับหลักสูตร : หัวหน้าหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ผู้ร่วมดำเนินการและถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดี : อาจารย์ประจำหลักสูตร ผู้รับผิดชอบกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนและกิจกรรมนักศึกษา ; อาจารย์ที่ปรึกษาชมรม AI Medical RSU |
| 3) | หลักสูตรได้รับการรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพในเรื่องผลลัพธ์การเรียนรู้ โดยที่บัณฑิตของหลักสูตรจะได้ใบรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพวิศวกรรมชีวการแพทย์ อาชีพวิศวกรชีวการแพทย์ ระดับ 4 โดยอัตโนมัติซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่เดียวในประเทศไทย | หลักสูตรฯได้กำหนดแนวทางในการขยายและพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) ให้ครอบคลุมทุกชั้นปี เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาความสามารถอย่างต่อเนื่องตามระดับอาชีพ ดังนี้: 1. ขยายผลการรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพสู่ระดับชั้นปีที่ 1–4 (Competency Ladder Model) หลักสูตรจัดทำ “เส้นทางสมรรถนะ” ของนักศึกษา BME ตามระดับมาตรฐานอาชีพ ดังนี้: ระดับ 1–2 : ผู้ช่วยช่างอุปกรณ์การแพทย์ (ชั้นปี 1–2) สอดคล้องกับโมดูลพื้นฐาน เช่น ความปลอดภัยในงานชีวการแพทย์ เครื่องมือแพทย์เบื้องต้น การซ่อมบำรุงระดับต้น การอ่านคู่มือและบันทึกตรวจเช็ค ผลลัพธ์: นักศึกษามีสมรรถนะพื้นฐานก่อนขึ้นสู่ระดับกลาง ระดับ 3–4 : ผู้ช่วยช่างอุปกรณ์การแพทย์ขั้นกลาง (ชั้นปี 2–3) สอดคล้องกับโมดูลทักษะ เช่น Calibration และ Testing Biomedical Instrumentation Electromedical Safety ผลลัพธ์: ทดลองปฏิบัติจริงและมีเอกสารผลการทดสอบเป็นหลักฐาน ระดับ 4 : วิศวกรชีวการแพทย์ (ชั้นปี 4) สอดคล้องกับโมดูลขั้นสูง เช่น Clinical Engineering Risk Management (IEC 60601, ISO 14971) Capstone Project ผลลัพธ์: บัณฑิตได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพวิศวกรชีวการแพทย์โดยอัตโนมัติ 2. ส่งเสริมทักษะ Lifelong Learning และ Upskill ผ่าน LMS และโมดูลออนไลน์ นักศึกษาฝึกทักษะด้วยระบบ LMS 3. จัดทำแผนพัฒนาสมรรถนะรายปี (Year-level Competency Assessment) มีการประเมินก่อนจบแต่ละปี และใช้ข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงการสอน (CQI) | ในปีการศึกษา 2568 หลักสูตรยังไม่มีข้อบังคับให้นักศึกษาเข้ารับการประเมินสมรรถนะตามระดับของสคช. อย่างไรก็ตาม หลักสูตรได้ดำเนินการจัดกิจกรรมในลักษณะ “สนับสนุน–ส่งเสริม–สร้างแรงจูงใจ” เพื่อเตรียมความพร้อมของนักศึกษาให้สามารถเข้าสู่การประเมินสมรรถนะระดับต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดกิจกรรมสนับสนุนไว้ดังนี้ 1. กิจกรรมสอบเพื่อวัดความรู้รายชั้นปี (Year-level Competency Test) จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง ในเดือนมิถุนายนของทุกปี เพื่อประเมินระดับความรู้และทักษะของนักศึกษาตามสมรรถนะที่สอดคล้องกับระดับอาชีพของสคช. และนำผลการประเมินไปใช้ในการวิเคราะห์ช่องว่างของการเรียนรู้ (Learning Gap Analysis) เพื่อปรับปรุงรายวิชาและโมดูลการเรียนรู้ในปีถัดไป (CQI) 2. กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจและการยกย่องเชิงวิชาชีพ (Recognition & Motivation) จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรในงานไหว้ครูของวิทยาลัย เพื่อยกย่องนักศึกษาที่ผ่านการทวนสอบความรู้รายชั้นปีหรือผ่านสมรรถนะตามระดับของสคช. กิจกรรมนี้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงจูงใจ ส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ และใช้เป็นหลักฐานเผยแพร่ผลสำเร็จของการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพ 3. การสนับสนุนเชิงสถาบันของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ทำหน้าที่เป็น “หน่วยสอบสมรรถนะอาชีพ” ของทั้ง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) และสภาวิศวกร (COE) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเข้ารับการประเมินสมรรถนะตามระดับที่เหมาะสมในแต่ละช่วงชั้นปี และเป็นจุดเด่นเชิงคุณภาพที่มีเฉพาะวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิตเท่านั้นในประเทศไทย *********************************************************************************** โครงการและกิจกรรมที่รองรับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ 1. โครงการอบรม/ทดสอบสมรรถนะระดับ 1–2 สำหรับชั้นปีที่ 1–2 >>>>>>>>>>> ชมรม เนื้อหา: ความปลอดภัย, เครื่องมือพื้นฐาน, Preventive Maintenance จัดช่วง ปิดเทอม/สัปดาห์กิจกรรม ออกใบรับรองหน่วยสมรรถนะ (Unit of Competency) 2. โครงการสอบสมรรถนะระดับ 3–4 สำหรับชั้นปีที่ 2–3 >>>>>>>>>>> ชมรม มีการสอบปฏิบัติ / ทดสอบ PM–CM มี mentor จากโรงพยาบาล มีแฟ้มสะสมงานสมรรถนะ (Competency Portfolio) 3. การสอบมาตรฐานวิชาชีพระดับวิศวกรชีวการแพทย์ระดับ 4 (ชั้นปีที่ 4) >>>>>>>>>>> ชมรม ผูกกับ Capstone, Clinical Engineering, รายวิชาออกแบบ มีการเตรียมตัว/สอบจำลอง (mock test) 4. การจัดตั้ง “ศูนย์สอบสมรรถนะทางวิชาชีพประจำหลักสูตร” (ถ้าทำได้ = จุดเด่นมหาศาล) ผู้ตรวจจะประทับใจมาก 5. (เสริมแรงจูงใจ) พิธีมอบประกาศภายในงานไหว้ครูวิทยาลัย ใช้เป็นกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ ใช้เป็นหลักฐานเผยแพร่ผลสำเร็จของกิจกรรมหลักด้านบน | คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ — ผู้กำกับนโยบายและสนับสนุนทรัพยากร รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา — ผู้กำกับกิจกรรมนักศึกษาและแรงจูงใจด้านอาชีพ หัวหน้าหลักสูตรปริญญาตรี — ผู้รับผิดชอบหลักในระดับหลักสูตร อาจารย์ประจำหลักสูตร — ผู้ดำเนินการบูรณาการสอนในโมดูล ผู้อำนวยการศูนย์ BLIS — ผู้สนับสนุนด้านสนามปฏิบัติการ อุปกรณ์ และเวิร์กช็อปสมรรถนะ PM/CM ชมรมอุปกรณ์การแพทย์เพื่อสังคม — ผู้จัดกิจกรรมเสริมทักษะชั้นปีต้นและงานบริการชุมชนที่สอดคล้องสมรรถนะระดับ 1–2 |
| 4) | การผลิตบัณฑิตที่ได้มาตรฐานได้รับการยอมรับจากทั้งบัณฑิตและผู้ประกอบการในระดับสูงมีแผนการดำเนินงานมีการดำเนินงานตามแผน มีการประเมินผลการดำเนินงาน และมีการนำเอาผลการประเมินในทุกมิติมาปรับปรุงทั้งในแง่คุณภาพและปริมาณ อีกทั้งมีการประเมินแผนการดำเนินงานในทุกปีการศึกษาเพื่อทำการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกในทุกมิติ | เพื่อเสริมสร้างคุณภาพของบัณฑิตให้มีความพร้อมต่อการทำงานจริงและได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง หลักสูตรได้กำหนดแนวทางการพัฒนาเชิงระบบ ดังนี้ 1. ดำเนินการประเมินผลผู้สำเร็จการศึกษาและความพึงพอใจของผู้ประกอบการในทุกปีการศึกษา โดยใช้แบบสอบถาม เพื่อรวบรวมข้อมูลการมีงานทำ เพื่อวิเคราะห์สมรรถนะ จุดแข็ง และช่องว่าง (Gap Analysis) ของบัณฑิตในแต่ละรุ่น และนำผลการประเมินไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับปรับปรุงรายวิชา กระบวนการจัดการเรียนรู้ และระบบสนับสนุนผู้เรียน 2. ประเมินประสิทธิภาพของแผนผลิตบัณฑิตในทุกมิติและในทุกปีการศึกษา ภายใต้ปณิธานของวิทยาลัยที่ว่า “ทำให้โลกแห่งการเรียนรู้ โลกแห่งการทำงาน และโลกแห่งอนาคตเป็นโลกเดียวกัน” โดยดำเนินการทบทวนแผนผลิตบัณฑิตในด้านทักษะวิชาชีพ ทักษะดิจิทัล ทักษะผู้ประกอบการ ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะด้านจริยธรรม พร้อมทั้งพิจารณาปัจจัยภายในและภายนอก เช่น ความต้องการของตลาดแรงงาน เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป และมาตรฐานวิชาชีพ 3. เสริมจุดแข็งและปรับปรุงจุดอ่อนของกระบวนการผลิตบัณฑิตในทุกปีการศึกษา โดยนำผลจากการประเมินผู้เรียน–ผู้สอน–รายวิชา–ผู้ประกอบการ มาใช้ในการพัฒนารายวิชา ปรับปรุงโครงสร้างหลักสูตร บูรณาการโครงงานจริงจากอุตสาหกรรม และเสริมสมรรถนะด้านเทคโนโลยี การสื่อสาร และการคิดวิเคราะห์ เพื่อรักษามาตรฐานและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบัณฑิตทั้งในประเทศและระดับสากล | 1. โครงการพัฒนาศักยภาพอาจารย์และบุคลากร อบรม OBE และ Learning Assessment ระบบ Peer Review รายวิชา 2. โครงการพัฒนาสมรรถนะนักศึกษาและระบบผลิตบัณฑิต ได้แก่ กิจกรรมทวนสอบความรู้รายชั้นปี โครงการ BME Innovations & Job Fairs การฝึกงานของนักศึกษา การแข่งขัน Startup / Innovation competitions 3. โครงการประเมินผลคุณภาพบัณฑิตและผู้ประกอบการ การสำรวจด้วยแบบสอบถามของบัณฑิตและผู้ใช้บัณฑิต การสอบถาม Focus group กับโรงพยาบาล–บริษัทเครื่องมือแพทย์ในการนิเทศก์นักศึกษาฝึกงาน | ผู้กำกับนโยบายและให้การสนับสนุน : คณบดี รองคณบดีที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบหลักในระดับหลักสูตร : คณะกรรมการบริหารหลักสูตร อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร (หัวหน้าหลักสูตร) ผู้ดำเนินการด้านวิชาการและการวัดผล : หัวหน้ารายวิชา อาจารย์ประจำทุกท่าน ผู้สนับสนุนระบบและโครงสร้างคุณภาพ : ผู้บริหารและบุคลากรสายสนับสนุน (เช่น งานประกันคุณภาพ, ศูนย์พัฒนาการสอน, งานกิจการนักศึกษา) |
| 5) | บุคลากรทั้งสายอาจารย์และสายสนับสนุนการสอน มีความพร้อมทั้งทางด้านคุณวุฒิและตำแหน่งทางวิชาการ มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการสอนวิชาการและวิชาชีพ รวมทั้งบุคลากรสายสนับสนุนการสอนก็มีความพร้อมด้านการให้บริการและอำนวยความสะดวกต่อการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนานักศึกษาในทุกมิติ | ปัจจุบัน แม้ว่าหลักสูตรฯจะมีจำนวนบุคลากรสายอาจารย์ที่ดำรงตำแหน่งวิชาการคิดเป็นร้อยละ 76.47 แต่ทางทางหลักสูตรฯยังคงสนับสนุนบุคลากรสายงานสอนและสายสนนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 1. ส่งเสริมการขอตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ประจำหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพและพันธกิจของวิทยาลัย 2. จัดทำ แผนพัฒนาสมรรถนะบุคลากร (Competency Development Roadmap) ทั้งสายอาจารย์และสายสนับสนุน ให้มีทักษะที่ทันสมัย เช่น OBE, AUN‑QA, AI for BME, Clinical Engineering, การประเมินผลการเรียนรู้ ฯลฯ ตามความถนันและความสนใจของแต่ละคน 3. พัฒนาทีมสนับสนุนให้มีความยืดหยุ่น (Agile Support Team) ผ่านการแบ่งหน้าที่ที่ชัดเจนและฝึกทักษะทดแทนกันได้ (Cross‑training) เพื่อลดความเสี่ยงในการทำงานและเพิ่มคุณภาพบริการต่อผู้เรียน | 1. การพัฒนาศักยภาพอาจารย์ ได้แก่ จัดอบรม OBE, การวัดผล, AUN‑QA, Outcome mapping สนับสนุนการอบรม/Workshop สนับสนุนการเขียนผลงานวิชาการ & ตำแหน่งทางวิชาการ สนับสนุนการอบรมทักษะใหม่ที่บุคลากรสนใจ เช่น Medical AI, Sustainability เป็นต้น 2. การพัฒนาศักยภาพสายสนับสนุน ประชุมทีม Cross‑training สำหรับทีมสนับสนุนให้สามารถทดแทนกันได้ ประชุมทีม ฝึกอบรมด้านบริการนักศึกษา, การใช้ระบบคุณภาพ, ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ 3. กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจและการรับรู้ร่วม สัมมนาบุคลากรวิทยาลัยทุกภาคการศึกษา การนำเสนอและโปรโมตความสำเร็จ เช่น การได้รับตำแหน่งทางวิชาการ ผลงานวิจัย รางวัลจากการแข่งขัน / นวัตกรรม บทบาทบริการวิชาการ | ผู้กำกับนโยบาย : คณบดี รองคณบดีที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบหลักด้านการพัฒนาบุคลากร : หัวหน้าหลักสูตร คณะกรรมการบริหารหลักสูตร ผู้ร่วมดำเนินงาน : อาจารย์ผู้สอนทุกท่าน เจ้าหน้าที่สายสนับสนุน ผอ. หรือหัวหน้าหน่วยสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง (เช่น BLIS / QA office) |
| 6) | การออกแบบหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน สามารถพัฒนานักศึกษาให้สามารถสร้างงานนวัตกรรม งานวิจัย เผยแพร่ ส่งเข้าประกวด ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง จำนวนมาก ทั้งระดับชาติและนานาชาติ | หลักสูตรฯยังคงมุ่งเน้นและส่งเสริมการพัฒนาและประกวดงานนวัตกรรม เผยแพร่งานวิจัยทั้งในระดับชาติและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยการจัดการการเรียนการสอนดังนี้ 1. พัฒนาระบบผลิตงานนวัตกรรมและงานวิจัยของนักศึกษาให้เป็น “Innovation & Research Pipeline” ครอบคลุมตั้งแต่ระดับไอเดีย → ต้นแบบ → TRL สูง → เผยแพร่/ประกวด → ใช้งานจริง 2. ส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการ “การสอน–การวิจัย–นวัตกรรม” (Teaching–Research–Innovation Nexus) โดยให้อาจารย์นำผลการสอนต่อยอดเป็นงานวิจัย และนำงานวิจัยมาเสริมรายวิชา 3. สนับสนุนให้นักศึกษาส่งผลงานเข้าประกวดระดับชาติ–นานาชาติ และตีพิมพ์ในเวทีวิชาการอย่างต่อเนื่อง 4. ใช้ผลการประเมินผลงานนวัตกรรมและผลงานวิจัยในแต่ละปีเป็นข้อมูลในการปรับปรุงบูรณาการรายวิชาและการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ | 1. กิจกรรม “BME Innovation Day & Job Fair” (ประจำเดือนพฤษภาคม ทุกปี) เป็นเวทีแสดงผลงานนักศึกษารายปี ส่งเสริมด้านต่างๆดังนี้ 1.1 การประกวดผลงานระดับไอเดียและผลงานต้นแบบของแต่ละชั้นปี 1.2 ใช้ในการรวบรวม Feedback จากอุตสาหกรรม/โรงพยาบาล และหน่วยงานภายนอกที่เชิญมาเป็นกรรมการประกวดในแต่ละชั้นปี 1.3 ใช้ผลประเมินเพื่อพัฒนา TRL และปรับรายวิชาในแต่ละโมดูล 2. กิจกรรมประกวดนวัตกรรมระดับชาติ/นานาชาติ เช่น การประกวดวันนักประดิษฐ์ การประกวด iNew‑Gen งานนวัตกรรมแห่งประเทศไทย Hackathon/Startup ในสาขาเทคโนโลยีชีวการแพทย์ 3. กิจกรรมเผยแพร่ผลงานวิจัย เน้นที่การนำเสนอผลงานในประชุมวิชาการ เช่น BMEiCON HTCON EECON เป็นต้น สนับสนุนการส่งบทความตีพิมพ์ในวารสารและ proceedings Coaching การเขียนผลงานและเตรียมนำเสนอโดยอาจารย์ที่ปรึกษาในแต่ละห้องวิจัย 4. การพัฒนางานวิจัยระดับสูง (Advanced TRL Development) มุ่งพัฒนาโครงงานเดิมเพื่อเพิ่มระดับ TRL ร่วมมือกับโรงพยาบาล/อุตสาหกรรมเพื่อทดสอบและประเมิน การเตรียมสู่เชิงพาณิชย์หรือใช้จริงในคลินิก | ผู้กำกับนโยบาย : คณบดี รองคณบดีที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบหลัก : หัวหน้าหลักสูตร อาจารย์ประจำหลักสูตร อาจารย์ประจำห้องวิจัย (Research mentors) ผู้ร่วมดำเนินการสนับสนุน : เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน ชมรม Med AI RSU |
| 7) | มีการบูรณาการงานบริการวิชาการกับการจัตการเรียนการสอนและการทำวิจัย เพื่อยกระดับหลักสูตร อาจารย์ นักศึกษา สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีแก่หลักสูตรอื่นๆได้ | การบริการวิชาการ ถือเป็นอีกหนึ่งพันธกิจหลักของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ หลักสูตรได้กำหนดแนวทางไว้ดังนี้ 1. บูรณาการงานบริการวิชาการเข้ากับรายวิชาในกลุ่ม Clinical Engineering / Hospital Engineering โครงงานวิศวกรรม โดยมีหัวข้อวิจัยและโจทย์จากโรงพยาบาลพันธมิตร 2. จัดให้มี “แผนบริการวิชาการรายปี” (Annual Academic Service Plan) ที่เชื่อมกับ PLO เช่น ทักษะวิชาชีพ, จริยธรรม, การทำงานในสถานการณ์จริง เพิ่มสมรรถนะนักศึกษาในระดับชั้นปี รวมทั้งสอดคล้องกับความต้องการของโรงพยาบาลในพื้นที่ 3. นำผลลัพธ์จากการออกหน่วยบริการวิชาการกลับมาใช้ในการพัฒนารายวิชา ปรับโครงสร้างการเรียนรู้ พัฒนางานวิจัยและต้นแบบนวัตกรรมต่อยอด | 1. กิจกรรมบริการวิชาการในรายวิชา (Course-integrated Service Learning) บูรณาการกับกลุ่มรายวิชา Clinical Engineering เช่น Hospital Engineering Biomedical Maintenance ตามรูปแบบกิจกรรม เช่น การบำรุงรักษาเครื่องมือแพทย์ การตรวจสอบความปลอดภัยไฟฟ้า การสอบเทียบเครื่องมือเบื้องต้น จัดทำ PM/CM Records เพื่อนำกลับเข้าสู่ชั้นเรียน 2. กิจกรรมออกหน่วยบริการวิชาการร่วมกับศูนย์ BLIS เพื่อให้บริการตรวจเช็คเครื่องมือแพทย์แก่โรงพยาบาลชุมชน/รพ.สต. เก็บข้อมูลปัญหาเครื่องมือแพทย์จริง เพื่อนำไปเป็นกรณีศึกษาและโจทย์วิจัย 3. กิจกรรมฝึกทักษะและบริการวิชาการโดยชมรม เครื่องมือแพทย์ RSU เพื่อสังคม นักศึกษาได้ฝึกซ่อม–บำรุงรักษาเครื่องมือแพทย์ ฝึกงานบริการวิชาการภายในมหาวิทยาลัยก่อนออกพื้นที่จริง การจัด workshop เพื่อเตรียมความพร้อมให้รุ่นปี 1–2 4. กิจกรรม “ค่ายเครื่องมือแพทย์สัญจรประจำปี” จัดในเดือนพฤษภาคมของทุกปี เพื่อบริการซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์จริง ถอดบทเรียน (Reflection) เพื่อพัฒนา PLO เปิดโอกาสให้นักศึกษาเป็นผู้นำโครงการในปีถัดไป ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Outcomes) 1. นักศึกษามีสมรรถนะระดับ PLO สูงขึ้นอย่างชัดเจน 2. ได้โจทย์วิจัยจริงจากภาคสนาม (Real sector research) 3. ได้ผลงานบริการวิชาการ (รายงาน, โปสเตอร์, Performance evidence) 4. โรงพยาบาลคู่ความร่วมมือได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง 5. เกิดนวัตกรรมจากโจทย์จริงของพื้นที่ 6. หลักสูตรมีเอกลักษณ์และเป็นต้นแบบการบูรณาการการสอนและการบริการวิชาการ | ผู้กำกับนโยบาย : คณบดี รองคณบดีที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบหลัก : หัวหน้าหลักสูตร คณะกรรมการบริหารหลักสูตร ผู้ดำเนินการ : อาจารย์ประจำกลุ่มวิชา Clinical Engineering / Hospital Engineering อาจารย์ประจำหลักสูตร ผอ. ศูนย์ BLIS และทีมปฏิบัติการ ชมรมเครื่องมือแพทย์ RSU เพื่อสังคม สโมสรนักศึกษา BME ผู้สนับสนุนงาน : เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน |
| # | ปัญหา/อุปสรรค/ข้อคิดเห็นในปีที่ผ่านมา | แนวทางการปรับปรุง/ พัฒนา | โครงการ/ กิจกรรมที่รองรับ | ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|---|---|---|
| 1) | หลักสูตรควรส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาในศตวรรษที่ 21 ตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และความต้องการของสังคมในปัจจุบัน และสอดคล้องกับ PLO ของหลักสูตรปรับปรุง | หลักสูตรฯ มุ่งพัฒนานักศึกษาให้มีสมรรถนะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (21st‑Century Skills) ที่สอดคล้องกับ PLO ของหลักสูตร โดยเฉพาะทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงวิศวกรรม ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม การทำงานเป็นทีมดิจิทัล เทคโนโลยีขั้นสูงด้าน BME และทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสังคมอย่างรวดเร็ว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ในปี 2568 หลักสูตรได้กำหนดทิศทางพัฒนาหลักสูตร 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. มิติเทคโนโลยี (Technology Disruption Readiness) บูรณาการความรู้ด้าน IoT, AI/ML, Big Data, AR/VR, Metaverse, และระบบ Healthcare Systems Engineering เพื่อให้นักศึกษามีทักษะดิจิทัลขั้นสูงและสามารถคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) 2. มิติสังคมสูงวัยและคุณภาพชีวิต (Aging Society & Healthcare) มุ่งผลิตงานวิจัย นวัตกรรม เครื่องมือแพทย์ และระบบสนับสนุนสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้พิการ 3. มิติความยั่งยืน (Sustainable Engineering & BCG Economy) พัฒนาทักษะด้าน Green Biomaterials, Life Cycle Assessment (LCA), วิศวกรรมเนื้อเยื่อ และเทคโนโลยีด้านความยั่งยืนเชิงวิศวกรรม นอกจากนี้ หลักสูตรจะพัฒนา “กรอบสมรรถนะศตวรรษที่ 21 ของ BME RSU” ให้เชื่อมโยงกับ PLO ทุกข้อ และกำหนดวิธีการประเมินผ่าน โครงงานรายชั้นปีของนักศึกษา การประเมินรายวิชา และการประเมินรายชั้นปี | 1. พัฒนารายวิชาให้ทันเทคโนโลยีใหม่ โดยเพิ่มรายวิชาเลือกด้านต่างๆ ดังนี้ BME 421 เทคโนโลยีเสริมแต่งความเป็นจริง (AR/VR/XR) BME 380 การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ทางชีวการแพทย์ (LCA) รวมทั้งการบูรณาการ AI, Machine Learning, Big Data และ IoT ในรายวิชาแกน 2. สนับสนุนโครงงานนวัตกรรมแนวล้ำหน้า ส่งเสริมโครงงาน/งานวิจัยของนักศึกษาในด้าน Medical AI Virtual Reality & Simulation Healthcare Systems Engineering Sustainable Engineering / BCG Innovation for Aging Society 3. เปิดหลักสูตร Non‑Degree เพื่อ Upskill นักศึกษา ศิษย์เก่า และคนทำงาน เช่น Healthcare Systems Engineering Sustainable Engineering 4. ส่งเสริมกิจกรรมนักศึกษาด้านนวัตกรรมและ AI ชมรม Medical AI RSU การประกวดนวัตกรรมด้าน AI เวิร์กช็อป/ค่าย AI (Hackathon / Brain Camp) | ผู้กำกับนโยบาย : คณบดี รองคณบดีที่เกี่ยวข้อง ผู้ดำเนินการหลัก : หัวหน้าหลักสูตรปริญญาตรี อาจารย์ประจำหลักสูตร อาจารย์ผู้สอนในกลุ่มเทคโนโลยี (AI / XR / Sustainable Engineering) อาจารย์ประจำห้องวิจัย หน่วยสนับสนุน : อาจารย์ที่ปรึกษาชมรม Medical AI RSU ศูนย์ BLIS เจ้าหน้าที่สายสนับสนุน |
| 2) | ควรเพิ่มเติมความรู้ ทักษะหรือประสบการณ์ทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ ต่อยอดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้มากยิ่งขึ้น สอดคล้อง clo ใหม่ตามหลักสูตรปรับปรุง | หลักสูตรได้กำหนด CLO ใหม่ให้สอดคล้องกับ YLO และ PLO ตาม มคอ.2 โดยเน้นให้ผู้เรียนเกิด ทักษะผสมผสานด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผ่านการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเรียนรู้ผ่านโครงงาน (Project-Based Learning) ภายในรายวิชาที่มีการกำหนด CLO ไว้อย่างชัดเจน หลักสูตรจึงปรับปรุงเนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้ให้สนับสนุน CLO ใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้าน การประมวลผลสัญญาณ/ภาพทางการแพทย์, การออกแบบอุปกรณ์ทางการแพทย์, IoT, AR/VR การทำ Prototype, การจำลองระบบ, และการประยุกต์ในออกแบบงานวิจัยของนักศึกษา การพัฒนาทักษะวิเคราะห์ ออกแบบ ทดสอบ ผ่าน โครงงานรายชั้นปี ที่เชื่อมกับ CLO ใหม่โดยตรง | 1. การทำโครงงานรายชั้นปี – นักศึกษาปี 1–4 ทำโครงงานที่เชื่อมกับ CLO ใหม่ เช่น การวิเคราะห์สัญญาณชีวภาพ (รองรับ CLO ด้านวิเคราะห์ข้อมูล) การออกแบบต้นแบบอุปกรณ์ทางการแพทย์ (รองรับ CLO ด้าน Design Skills) การใช้เทคโนโลยี AR/VR, IoT, Medical AI ในงานโครงงาน (รองรับ CLO ทักษะเทคโนโลยีสมัยใหม่) 2. การประกวดผลงานรายชั้นปี “BME Innovation Day and Job Fair” – นำเสนอผลงานที่สะท้อนการบรรลุ CLO ใหม่ – ใช้ผลประเมินงานนวัตกรรมในการพัฒนารายวิชาที่เกี่ยวข้อง - ใช้ในการประเมิน YLO ของหลักสูตร 3. จัดหลักสูตร Non-degree / Upskill – Healthcare Systems Engineering – Sustainable Engineering ซึ่งเชื่อมกับ CLO ใหม่ที่เพิ่มในหลักสูตรปรับปรุง 4. การปรับปรุงห้องวิจัยและห้องปฏิบัติการ – เพิ่มเครื่องมือ/อุปกรณ์ใหม่ให้รองรับ CLO เช่น ชุดบันทึกสัญญาณชีวภาพ AR/VR kits ระบบ IoT/Embedded เครื่องมือทดสอบอุปกรณ์แพทย์ – ใช้ฝึกปฏิบัติจริงเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะตาม CLO | คณบดี รองคณบดี หัวหน้าหลักสูตรฯ อาจารย์ประจำหลักสูตร อาจารย์ประจำห้องวิจัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน |
| 3) | ควรดำเนินโครงการ/ กิจกรรมขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ทำให้นักศึกษาสามารถต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งถือว่าเป็นการสนับสนุนและเชื่อมโยงงานวิจัยให้สามารถใช้งานได้จริง ซึ่งเป็นแนวทางในการการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 | หลักสูตรมีแผนพัฒนากระบวนการ สร้างนวัตกรรมต้นแบบสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ อย่างเป็นระบบ โดยสร้าง “Prototype-to-Product Pipeline” ที่บูรณาการเข้ากับการเรียนการสอน การทำโครงงาน และงานวิจัยประจำห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การคิดเชิงนวัตกรรม การแก้ปัญหาเชิงวิศวกรรม ความคิดเชิงธุรกิจ การทำงานข้ามสาขา และการพัฒนาต้นแบบในระดับ TRL สูงขึ้น แผนการพัฒนาประกอบด้วย - ร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIW) ในการพัฒนานวัตกรรมต้นแบบสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ - พัฒนาต้นแบบร่วมกับโรงพยาบาลเครือข่าย เพื่อให้ได้ “Clinical-grade prototype” - สนับสนุนงานวิจัยของนักศึกษาให้เข้าสู่กระบวนการ TRL Elevation - ใช้ผลการประเมินต้นแบบและข้อเสนอแนะจากภาคอุตสาหกรรม/คลินิก เพื่อพัฒนาหลักสูตร รายวิชา และเนื้อหาการสอนต่อเนื่อง (CQI) | 1. การประกวดและแสดงนวัตกรรมระดับประเทศ/นานาชาติ ได้แก่ iNew‑Gen วันนักประดิษฐ์ Thailand Innovation Awards กิจกรรมเหล่านี้เน้น “การนำต้นแบบไปทดสอบเชิงตลาด” และรับ feedback จากผู้เชี่ยวชาญ 2. โครงการแสดงนวัตกรรมร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และหน่วยงานรัฐ ได้แก่ Medical Innovation Showcase ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสมาคมวิศกรรมชีวการแพทยืไทย การประเมินศักยภาพเชิงพาณิชย์ (Commercial Feasibility Assessment) การให้คำปรึกษาด้านการผลิตต้นแบบเชิงอุตสาหกรรม 3. การพัฒนาต้นแบบเพื่อใช้งานจริงร่วมกับโรงพยาบาลเครือข่าย ทดลองใช้งานในสถานการณ์จริง (Clinical Test Site) รับโจทย์ปัญหาจากแพทย์/วิศวกรการแพทย์เพื่อนำไปเป็นโครงงาน เก็บข้อมูลเพื่อปรับปรุง TRL 4. สนับสนุนโครงงานนักศึกษาและงานวิจัยห้องปฏิบัติการสู่ TRL สูงขึ้น 5. การสอนและการอบรมการเขียน IP Awareness & Patent Drafting Session | ผู้กำกับนโยบาย : คณบดี รองคณบดีที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบหลัก : หัวหน้าหลักสูตร อาจารย์ประจำห้องวิจัย ผู้สนับสนุน/ปฏิบัติการ : เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน ศูนย์ BLIS ฝ่ายพันธมิตรสถานพยาบาล |
| 4) | เนื่องจากระบบโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติในระยะที่ผ่านมา สามารถรองรับการจัดการศึกษาสำหรับนักศึกษาได้สูงสุดไม่เกิน 350 คน แต่ในระยะต่อไป (2565-2569) น่าจะมีนีกศึกษาเพิ่มมากขึ้นเป็น 400 - 450 คน ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยต้องสนับสนุนในเรื่องของระบบโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติเพื่อให้ทางหลักสูตร/วิทยาลัยใช้ในการจัดการศึกษาต่อไป | หลักสูตรฯ ตระหนักถึงแนวโน้มจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นในช่วงปี 2565–2569 ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัย และเล็งเห็นความสำคัญของการรองรับผู้เรียนด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม จากการประเมินศักยภาพของทรัพยากรในปัจจุบัน พบว่า ความพร้อมของห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และอาจารย์ประจำ สามารถรองรับนักศึกษาได้สูงสุดประมาณ 350 คน เท่านั้น เพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานการเรียนรู้ ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ และคุณภาพของโครงงาน/งานวิจัยตามเกณฑ์ของหลักสูตรและมาตรฐานวิศวกรรมชีวการแพทย์ เพื่อรักษามาตรฐานการจัดการศึกษาในระดับสูงสุด หลักสูตรจึงมีแผนดำเนินการดังนี้ 1. คงจำนวนรับนักศึกษาให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานของหลักสูตรและวิทยาลัยในปัจจุบัน 2. ร่วมทำงานกับฝ่ายบริหารและหน่วยงานส่วนกลาง ในการประเมินความต้องการด้านพื้นที่ ห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์ และบุคลากร หากมีการขยายตัวของนักศึกษาในอนาคต 3. เน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้ระบบวางแผนการใช้ห้องแล็บ การบริหารภาระงานอาจารย์ และการปรับปรุงเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้ 4. มุ่งรักษาคุณภาพการเรียนการสอนให้อยู่ในระดับสูงสุดและเป็นอันดับหนึ่งด้านการประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัย โดยไม่ลดทอนคุณภาพเพื่อแลกกับการเพิ่มปริมาณนักศึกษา | การวางแผนการใช้ห้องปฏิบัติการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การติดตามภาระงานของอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินความสามารถในการดูแลผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัย การทบทวนแผนรองรับกรณีจำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้น และการประสานข้อมูลเชิงลึกกับฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัย หมายเหตุสำคัญ: ทุกกิจกรรมมุ่งรักษาคุณภาพเป็นหลัก ไม่มุ่งเพิ่มจำนวนผู้เรียน หากยังไม่มีทรัพยากรเพียงพอ | คณบดี รองคณบดีที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าหลักสูตรปริญญาตรี คณะกรรมการผู้บริหารหลักสูตร อาจารย์ประจำ เจ้าหน้าที่สายสนับสนุน |