| # | ปัญหา/อุปสรรค/ข้อคิดเห็นในปีที่ผ่านมา | แนวทางการปรับปรุง/ พัฒนา | โครงการ/ กิจกรรมที่รองรับ | ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|---|---|---|
| 1) | หลักสูตรมีความโดดเด่น ที่พัฒนาให้เกิดความรู้ทั่วไปตามมาตรฐานระดับนานาชาติและระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับงานยุติธรรม อาทิ ความรู้เฉพาะด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรมต่อการปฏิบัติงานในระบบงานยุติธรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและระดับชาติที่เกี่ยวข้อง รูปแบบการก่ออาชญากรรม แนวทางป้องกันอาชญากรรม ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม โดยเฉพาะในบริบทของการพัฒนาและปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย ทั้งในมิติป้องกันอาชญากรรม การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย การจัดการเชิงชุมชน และการใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ นอกจากนี้ หลักสูตรยังได้รับการสนับสนุนจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชา ทั้งด้านทฤษฎีอาชญาวิทยา กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และงานภาคสนาม โดยทำหน้าที่ทั้งด้านการสอน การแนะแนวทางวิชาชีพ และการดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด | หลักสูตรได้นำจุดเด่นด้านการพัฒนาความรู้ตามมาตรฐานระดับชาติและนานาชาติด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม มาขับเคลื่อนผ่านกลไกการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ โดยมอบหมายให้คณาจารย์ผู้มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขา ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้คำแนะนำด้านวิชาการและแนะแนวทางวิชาชีพแก่ผู้เรียนและผู้สนใจอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ นอกจากนี้ หลักสูตรได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น กิจกรรม “โคนันรุ่นจิ๋ว” ค่ายและบูธด้านอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้เรียนรู้กระบวนการยุติธรรม รูปแบบการก่ออาชญากรรม และแนวทางการป้องกันอาชญากรรมในเชิงประยุกต์ อันสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของหลักสูตรที่มุ่งเน้นการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงและบริบทสังคม พร้อมกันนี้ หลักสูตรได้วางแผนและดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูลหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอน และกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ที่หลากหลาย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง และสะท้อนภาพลักษณ์ของหลักสูตรที่ทันสมัยและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ในด้านวิชาการ หลักสูตรมีการปรับปรุงเนื้อหารายวิชาอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับปัญหาอาชญากรรมร่วมสมัย การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย การจัดการเชิงชุมชน และกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในวิชาชีพ และตอบสนองต่อความต้องการของสังคมในปัจจุบันและอนาคต | • การจัดการเรียนการสอนโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม ตลอดจนการสนับสนุนให้เกิด Active Learning ในชั้นเรียน และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบงานยุติธรรมภาครัฐและเอกชนในการร่วมบรรยาย ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงานในชั้นเรียน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมทั้งมิติองค์ความรู้ ทัศนะคติการทำงาน ทักษะการทำงานให้แก่ผู้เรียน • กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้คำปรึกษาทางวิชาการ และแนะแนวทางวิชาชีพแก่ผู้เรียน • กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ “โคนันรุ่นจิ๋ว” แก่นักศึกษามัธยมปลายให้ความรู้ทางด้านอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ และให้ข้อมูลการเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรฯ • การจัดบูธเผยแพร่องค์ความรู้ด้านอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ • กิจกรรมประชาสัมพันธ์หลักสูตรผ่านสื่อออนไลน์หลากหลายช่องทาง • การปรับปรุงและพัฒนารายวิชาด้านอาชญากรรมร่วมสมัยและกระบวนการยุติธรรม โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลในการป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมรูปแบบใหม่ การสืบสวนสอบสวน การวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรม และประเด็นจริยธรรม สิทธิมนุษยชน และความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม อันสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและบริบทอาชญากรรมในยุคดิจิทัล | ผู้บริหารคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน |
| 2) | หลักสูตรมีการวิเคราะห์ stakeholder need สู้การออกแบบ program learning outcome ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน ส่งผลให้สามารถรับนักศึกษาใหม่ ได้จำนวนสูงกว่าค่าเป้าหมาย หลักสูตรยังมีการจัดวางระบบและกลไกด้านการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นให้สอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร (PLO) และผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา (CLO) โดยกำหนดกลุ่มวิชาที่ครอบคลุมองค์ความรู้ที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มวิชาทางอาชญาวิทยา กลุ่มวิชากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และกลุ่มวิชาทางจิตวิทยาและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด พร้อมทั้งมีการพิจารณาแต่งตั้งอาจารย์ผู้สอนตามคุณวุฒิ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์สอน ผลงานวิชาการ และผลงานบริการวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชานั้น ๆ โดยตรง เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและตรงกับเป้าหมายของรายวิชาอย่างแท้จริง ในการรายงานการประเมิน clo รายวิชา ใน rqf.5 ควรระบุเกณฑ์การวัดในรายกิจกรรมการประเมินให้ชัดเจน (เพิ่มคอลัมน์เกณฑ์การประเมินถัดจากกิจกรรมการประเมิน) | หลักสูตรวิเคราะห์ติดตามความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Needs) เพื่อนำไปสู่การออกแบบผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร (Program Learning Outcomes: PLO) ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและตลาดแรงงาน หลักสูตรหารือการจัดการเรียนการสอนก่อนเริ่มภาคการศึกษา เพื่อให้หลักสูตรมีการสอนที่เป็นมาตรฐานวิชาการไปในทิศทางเดียวกัน หลักสูตรมีการวางแผนพัฒนาให้ผู้สอนวางระบบและกลไกการจัดการเรียนการสอนให้เชื่อมโยงระหว่าง PLO และผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา (Course Learning Outcomes: CLO) โดยให้ระบุเกณฑ์การวัดประเมินผลการเรียนการสอนที่ชัดเจนเป็นไปตามวัตถุประสงค์รายวิชา หลักสูตรปรับปรุและเทคโนโลยีในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนองค์ความรู้ทางด้านจิตวิทยา สังคมสงเคราะห์ในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด โดยเป็นการพัฒนาเนื้อหาในแต่ละรายวิชาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม พัฒนาการรายงานผลการประเมิน CLO ในรายงาน RQF.5 โดยผู้สอนกำหนดและรายงานเกณฑ์การวัดผล Rubric Score รายกิจกรรมเพื่อให้การประเมินให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม | • การติดตามวิเคราะห์ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Needs) จากผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมการบรรยาย ในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ อีกทั้งสนับสนุน กิจกรรมการศึกษาดูงานที่เกี่ยวข้องในรายวิชาต่างๆ โดยมีรายละเอียดการไปศึกษาดูงาน การศึกษาดูงาน ณ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี ในรายวิชา CJA 303 เด็กและเยาวชนกับ อาชญากรรม การศึกษาดูงาน ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางในรายวิชา CJA 103 ยุทธวิธีตำรวจ • การพัฒนารายวิชาให้นักศึกษามีองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในรายวิชาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ • รายงาน RQF.5 โดยผู้สอนกำหนดและรายงานเกณฑ์การวัดผล Rubric Score รายกิจกรรมเพื่อให้การประเมินให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม | คณาจารย์ทุกท่าน |
| 3) | ผลการประเมินคุณภาพการสอนแต่ละรายวิชาเป็นที่น่าพอใจโดยผลการประเมินเฉลี่ยเท่ากับ 4.64 จากทั้งหมด 10 รายวิชาที่เปิดสอนในปีการศึกษา 2567 วิธีการประเมินคุณภาพการสอนโดยรวมพิจารณาจาก 5 ด้าน ประกอบกัน อันได้แก่ วัตถุประสงค์ของรายวิชา เนื้อหารายวิชา วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลการเรียนการสอน และภาพรวมของรายวิชา โดยเจ้าหน้าที่ประจำหลักสูตรฯ จะเป็นผู้นำแบบประเมินนี้ให้นักศึกษาประเมินแต่ละรายวิชาเมื่อจบภาคการศึกษา ทั้งนี้มีความเห็นของนักศึกษาที่ต้องการให้เพิ่มกิจกรรมการเรียนการสอนที่เป็น active learning มากขึ้น อาทิ การสวมบทบาท การระดมสมอง การทำงานกลุ่ม ทักษะการสื่อสาร การนำเสนอ การเรียนร่วมกับนักศึกษานานาชาติ (p.85) พร้อมทั้งเรียนกับผู้ทรงคุณวุฒิที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องทางด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม เพื่อจะได้มีโอกาสสอบถามเรียนรู้สายอาชีพให้เห็นภาพถึงเส้นทางอาชีพในอนาคต และแสดงความเห็นความต้องการร่วมกิจกรรมกับนักศึกษานานาชาติ (p.88) | หลักสูตรมีแนวทางพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้นการบูรณาการ ศาสตร์อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม เข้ากับแนวคิด Active Learning เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียนทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะวิชาชีพ และคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ หลักสูตรจะพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้เน้นการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงและปัญหาเชิงสังคม (problem-based และ case-based learning) ที่สะท้อนบริบทอาชญากรรมร่วมสมัยและกระบวนการยุติธรรมไทยและสากล อาทิ การวิเคราะห์คดีอาชญากรรม การจำลองกระบวนการยุติธรรม การพิจารณาผลกระทบต่อผู้เสียหาย ผู้กระทำผิด และชุมชน เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิเคราะห์ การเชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติ และการตัดสินใจเชิงจริยธรรม หลักสูตรส่งเสริมการใช้กิจกรรม Active Learning อย่างหลากหลาย เช่น การสวมบทบาท (role play) การอภิปรายเชิงลึก การระดมสมอง การทำงานกลุ่ม และการนำเสนอผลงาน เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการทำงานด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรมในบริบทวิชาชีพจริง หลักสูตรบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกับ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ปฏิบัติงานจริง ในสายงานอาชญาวิทยาและกระบวนการยุติธรรม เช่น ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาชญาวิทยา นักนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง แลกเปลี่ยนมุมมองทางวิชาชีพ และเห็นภาพเส้นทางอาชีพในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม หลักสูตรพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริม มุมมองสากลและความหลากหลายทางวัฒนธรรม Academic Integration ผ่านการเรียนร่วมกับนักศึกษานานาชาติ หรือกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมที่จำเป็นต่อการทำงานในสังคมโลก หลักสูตรนำผลการประเมินคุณภาพการสอนและข้อเสนอแนะของนักศึกษาไปใช้ในการปรับปรุงรายวิชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน | • รายงาน RQF.5 โดยผู้สอนกำหนดและรายงานเกณฑ์การวัดผล Rubric Score รายกิจกรรมเพื่อให้การประเมินให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม •ในแต่ละรายวิชาระบุให้พัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม การจัดการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงและกรณีศึกษาอาชญากรรมร่วมสมัย (Problem-based และ Case-based Learning) หรือกิจกรรมจำลองสถานการณ์และการสวมบทบาท •ในแต่ละรายวิชากำหนดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะวิชาชีพด้านการสื่อสาร การ ทำงานเป็นทีม และการนำเสนอผลงาน •โครงการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ปฏิบัติงานจริงด้านอาชญาวิทยา นิติวิทยาศาสตร์ และกระบวนการยุติธรรมเป็นวิทยากรพิเศษเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน โอกาศสหกิจศึกษา อีกทั้งยังเป็นแนวทางในการสะท้อนถึงความต้องการผู้ใช้บัณฑิต การเตรียมพร้อมองค์ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะผู้เรียนให้ตรงความต้องการผู้ใช้บัณฑิต •โครงการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมร่วมกับนักศึกษานานาชาติ (Academic Integration Activities) ในรายวิชา 1 วิชาในแต่ละปีการศึกษา | ผู้บริหารและคณาจารย์และทุกท่าน |
| 4) | หลักสูตรมีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Experiential Learning) ผ่านการอภิปราย กรณีศึกษา การฝึกภาคสนาม และการศึกษาดูงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีตำรวจ ศาล หน่วยงานราชทัณฑ์ และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง และเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบวิชาชีพในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม | หลักสูตรพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติ (Experiential Learning) โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้ในชั้นเรียนกับการฝึกภาคสนามและการศึกษาดูงานในหน่วยงานด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง เสริมสร้างทักษะวิชาชีพ การคิดวิเคราะห์ และความเข้าใจบทบาทการทำงานในกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นระบบ | • โครงการศึกษาดูงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา | ผู้บริหารและคณาจารย์ทุกท่าน |
| 5) | คณาจารย์ ผู้รับผิดชอบหลักสูตร มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ตอบโจทย์ในการเรียนการสอนของหลักสูตรฯ ทำให้อัตราการเข้าเรียนของนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น | หลักสูตรมีการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้อาจารย์สร้างสรรค์ผลงานวิชาการที่มีคุณภาพในระดับสูง และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในแหล่งที่ได้รับการยอมรับในวงการวิชาการ | • การสนับสนุนให้คณาจารย์สร้างสรรค์ผลงานวิชาการในทุกปีการศึกษา | คณาจารย์ทุกท่าน |
| 6) | เนื่องจากหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ต้องมีความก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมโลก และการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย ซึ่งมีการปรับปรุงให้หลักสูตรมีความทันสมัยและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ | พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมโลกและบริบทของประเทศไทย โดยบูรณาการประเด็นร่วมสมัยด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรมเข้ากับการเรียนรู้เชิงประยุกต์ เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบวิชาชีพได้อย่างเหมาะสม | • พัฒนาหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอในแต่ละรายวิชาให้มีเนื้อหานด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรมที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมร่วมสมัย | คณาจารย์ทุกท่าน |
| 7) | เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Experiential Learning) ผ่านการอภิปราย กรณีศึกษา การฝึกภาคสนาม และการศึกษาดูงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | พัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Experiential Learning) ผ่านการอภิปราย กรณีศึกษา การฝึกภาคสนาม และการศึกษาดูงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างทักษะวิชาชีพและความเข้าใจการทำงานจริงในกระบวนการยุติธรรม | • การจัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรมเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการศึกษาดูงาน | คณาจารย์ทุกท่าน |
| # | ปัญหา/อุปสรรค/ข้อคิดเห็นในปีที่ผ่านมา | แนวทางการปรับปรุง/ พัฒนา | โครงการ/ กิจกรรมที่รองรับ | ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|---|---|---|
| 1) | หลักสูตรอาจพิจารณาจัดทำแผนและกำกับติดตามการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการเพิ่มมากขึ้น | หลักสูตรจัดทำแผนและกลไกสนับสนุนและติดตามการพัฒนาคณาจารย์เข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการสอน งานวิจัย และงานวิชาการให้สอดคล้องกับพันธกิจของหลักสูตรและคณะ | • การจัดกิจกรรม อบรมการพัฒนาศักยภาพคณาจารย์ด้านการจัดการเรียนการสอน งานวิจัย และผลงานทางวิชาการเพื่อรองรับตำแหน่งทางวิชาการ | ผู้บริหาร |
| 2) | ในการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมเตรียมความพร้อมนักศึกษาใหม่ และกิจกรรมพัฒนานักศึกษาตามทักษะในศตวรรษที่ 21 ควรประเมินถึงร้อยละสัมฤทธิผลการเรียนรู้ตาม ALO และวัตถุประสงค์ของกิจกรรมฯ เทียบค่าเป้าหมายรายตัวชี้วัด เพื่อนำ quality gap สู่การปรับปรุงกระบวนการ | หลักสูตรพัฒนาระบบการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพัฒนานักศึกษาตามทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยกำหนดตัวชี้วัดผลลัพธ์การเรียนรู้ของกิจกรรม (Activity Learning Outcomes: ALO) และวัตถุประสงค์ของกิจกรรมอย่างชัดเจน พร้อมทั้งประเมินผลสัมฤทธิ์ในรูปแบบร้อยละและนำผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการจัดกิจกรรมและการพัฒนานักศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง | • พัฒนาระบบการประเมินผลกิจกรรมเตรียมความพร้อมนักศึกษาใหม่และกิจกรรมพัฒนานักศึกษาตามทักษะในศตวรรษที่ 21 ระบบการประเมินจะใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ อาทิ แบบประเมินก่อน–หลังการเข้าร่วมกิจกรรม (Pre–Post Assessment) การสังเกตพฤติกรรม และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงพัฒนาสำหรับปรับปรุงรูปแบบกิจกรรม | ผู้บริหารและคณาจารย์ทุกท่าน |
| 3) | ในการรายงานตัวบ่งชี้ 5.3 ควรเสริมการรายงานค่าร้อยละสัมฤทธิผลการเรียนรู้ (หรือเทียบคะแนนเต็ม 5)ทั้งระดับรายวิชา clo ระดับรายชั้นปี ylo และระดับหลักสูตร plo เพื่อเป็นข้อมูลประกอบ quality improvement plan และใช้เป็นข้อมูลประกอบการรับตรวจ post audit | หลักสูตรมีแนวทางพัฒนาการรายงานผลตัวบ่งชี้ 5.3 โดยเสริมการรายงาน ค่าร้อยละสัมฤทธิผลการเรียนรู้ ในทุกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ ได้แก่ ระดับรายวิชา (CLO) ระดับรายชั้นปี (YLO) และระดับหลักสูตร (PLO) เพื่อให้เห็นภาพความก้าวหน้าของผู้เรียนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลจากการประเมินผลการเรียนรู้จริงของผู้เรียนในแต่ละรายวิชา นำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลในระดับชั้นปีและระดับหลักสูตร ผลการวิเคราะห์จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำ แผนพัฒนาคุณภาพทั้งในระดับรายวิชาและระดับหลักสูตร รวมถึงใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับการรับการตรวจประเมินแบบ post audit | พัฒนาระบบการรวบรวมและรายงานผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ระดับ CLO, YLO และ PLO ในรูปแบบร้อยละหรือคะแนนเทียบเต็ม 5 | ผู้บริหารและคณาจารย์ทุกท่าน |
| 4) | การตรวจสอบการประเมินการเรียนการสอนให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการแก้ปัญหาเรื่องการประเมินของนักศึกษาบางรายวิชาที่มีการประเมินต่ำ | พัฒนาระบบการตรวจสอบและทวนสอบการประเมินการจัดการเรียนการสอนโดยเฉพาะรายวิชาที่มีผลการประเมินจากนักศึกษาอยู่ในระดับต่ำ ผ่านการวิเคราะห์สาเหตุ การทวนสอบผลการประเมินร่วมกันระหว่างอาจารย์ผู้สอนและคณะกรรมการหลักสูตร และกำหนดมาตรการแก้ไขปรับปรุงที่ชัดเจน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง | โครงการทวนสอบและพัฒนาคุณภาพการประเมินการจัดการเรียนการสอนจากผลการประเมินของนักศึกษา | คณะกรรมการทวนสอบ |
| 5) | การวางกรอบ OBE ให้ชัดเจนและยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้นว่า OBE ดังกล่าวสอดคล้องหรือไม่อย่างไร | หลักสูตรกำหนดให้รายวิชามีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และการประเมินผลที่สอดคล้องกับ CLO ที่เชื่อมโยงกับ PLO ลักสูตรจะใช้ผลการประเมิน CLO จากรายงาน RQF.5 มาสังเคราะห์ในระดับ YLO และ PLO เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของการจัดการเรียนการสอนกับกรอบ OBE และนำผลการวิเคราะห์ไปใช้ในการปรับปรุงรายวิชาและหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานตามแนวคิด OBE เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ | ทบทวนและสังเคราะห์ผลการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา (CLO) จากรายงาน RQF.5 ของทุกรายวิชา โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชื่อมโยงในระดับรายชั้นปี (YLO) และระดับหลักสูตร (PLO) เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของการจัดการเรียนการสอน การประเมินผล และผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบ OBE พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะและแผนปรับปรุงรายวิชาและหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง | คณาจารย์ทุกท่าน |
| 6) | การจัดหาแหล่งฝึกเพิ่มเติมในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงการบูรณาการให้เห็นภาพของการนำความรู้ ประสบการณ์ในหลักสูตรที่ดรียนมาต่อยอดในสายอาชีพเพิ่มมากขึ้น | หลักสูตรขยายแหล่งฝึกประสบการณ์ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมบูรณาการการเรียนรู้ในหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับการต่อยอดสู่อาชีพอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้นักศึกษาเห็นภาพการนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการเรียนไปใช้ในสายอาชีพที่หลากหลาย | กิจกรรมแนะนำข้อมูลแนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับฝึกงาน/สหกิจศึกษา | ผู้บริหารและผู้อำนวยการหลักสูตรฯ |
| 7) | ในสาขาดังกล่าวในมุมมองของผู้ประเมินมองว่าการใช้วุฒิศิลปศาสตรบัณฑิต สอดคล้องการลักษณะงานหรือการนำมาต่อยอดทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ หรือสายงานทางด้านยุติธรรมหรือไม่ หรือต้องมีการปรับปรุงเนื้อหาให้สามารถข้ามไปยังสายวิชาอื่นหรือนำไปต่อยอดให้มากขึ้น | หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิตด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม มีลักษณะเป็นวุฒิสหวิทยาการ (interdisciplinary) ที่สามารถนำไปประกอบอาชีพและต่อยอดได้ในสายงานที่หลากหลาย ทั้งด้านกระบวนการยุติธรรม งานนโยบาย งานวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยทางสังคมศาสตร์ และงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรจึงมุ่งพัฒนาการบูรณาการองค์ความรู้ ทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานเชิงระบบ และทัศนคติในการปฏิบัติงานกับผู้เปราะบางทางสังคม อันเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่สายงานเฉพาะทางหรือการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น โดยเน้นการเรียนให้เชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาในหลักสูตรกับสายอาชีพและการต่อยอดทางวิชาชีพมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น | กิจกรรมเสวนาและแนะแนวการต่อยอดอาชีพและการศึกษาต่อของบัณฑิตศิลปศาสตรบัณฑิตด้านอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม ตลอดจนผู้สอนสอดแทรกการให้ความรู้เส้นทางอาชีพในแต่ละรายวิชา | ผู้บริหารและคณาจารย์ทุกท่าน |