การรายงานแผนการปรับปรุงการดำเนินงาน [Improvement Plan] ของปีการศึกษา 2568
ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ปีการศึกษา 2567
และตามปัญหา/อุปสรรคต่างๆ ในปีการศึกษาที่ผ่านมา
คณะวิทยาศาสตร์
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์

จุดแข็งและแนวทางเสริมจุดแข็ง

# ปัญหา/อุปสรรค/ข้อคิดเห็นในปีที่ผ่านมา แนวทางการปรับปรุง/ พัฒนา โครงการ/ กิจกรรมที่รองรับ ผู้รับผิดชอบ
1) นักศึกษามีผลงานวิจัยที่เผยแพร่ในระดับนานาชาติและเป็นผลงานที่มีประโยชน์ต่อประเทศ 1. บูรณาการรายวิชาระเบียบวิธีวิจัย ชีวสถิติ และ Scientific writing กับวิทยานิพนธ์ 2. จัดระบบ mentoring โดยอาจารย์ที่มีผลงานตีพิมพ์ระดับชาติและนานาชาติ 3. สนับสนุนการนำเสนอผลงานในประชุมวิชาการนานาชาติ 4. กำหนดโจทย์วิจัยที่สอดคล้องกับปัญหาสุขภาพและนโยบายประเทศ 5. สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสุขภาพ/วิจัยภายนอก • บูรณาการรายวิชากับงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ตั้งแต่ระยะแรก • จัดรายวิชาด้านระเบียบวิธีวิจัย การออกแบบการทดลอง ชีวสถิติ และการเขียนบทความวิชาการ เพื่อสนับสนุนงานวิจัยโดยตรง ทำให้นักศึกษาสามารถพัฒนาผลงานในรูปแบบ manuscript ควบคู่กับการเรียน ส่งผลให้จบเร็วและมีผลงานพร้อมเผยแพร่ • โครงการสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานของนักศึกษาในระดับชาติและนานาชาติ ผู้อำนวยการหลักสูตร
2) หลักสูตรมีการจัดการเรียนการสอนทำให้นักศึกษาสามารถสำเร็จการศึกษาได้เร็วขึ้น 1. ปรับโครงสร้างรายวิชาเป็น Modular / Block course ลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหา 2. เริ่มกำหนดหัวข้อวิจัยและอาจารย์ที่ปรึกษาภายในภาคการศึกษาแรก 3. กำหนด Milestone งานวิจัยชัดเจน (Proposal, Progress, Defense) 1. หลักสูตรปรับการจัดรายวิชาแบบ Research-oriented และ Modular 2. จัดระบบอาจารย์ที่ปรึกษาและการติดตามความก้าวหน้าวิจัยอย่างเข้มแข็ง ผู้อำนวยการหลักสูตร
3)
4)

จุดที่ควรพัฒนาและข้อเสนอแนะในการปรับปรุง

# ปัญหา/อุปสรรค/ข้อคิดเห็นในปีที่ผ่านมา แนวทางการปรับปรุง/ พัฒนา โครงการ/ กิจกรรมที่รองรับ ผู้รับผิดชอบ
1) จำนวนนักศึกษาไม่เป็นตามแผนการรับนักศึกษาที่หลักสูตรกำหนด หลักสูตร ปรับปรุงทั้งด้านนโยบายการรับเข้า การออกแบบหลักสูตร และการสื่อสารคุณค่าของหลักสูตร โดย 1. วิเคราะห์สาเหตุเชิงระบบ เช่น ความต้องการของตลาด แรงจูงใจของผู้เรียน คุณสมบัติผู้สมัคร และความยืดหยุ่นของหลักสูตร 2. ปรับรูปแบบหลักสูตรให้ตอบโจทย์ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมาย เช่น หลักสูตรแบบ research-based / course-based / hybrid, เรียนบางส่วนแบบ online หรือเรียนควบคู่การทำงาน 3. เชื่อมโยงหลักสูตรกับเส้นทางอาชีพอย่างชัดเจน ทั้งสายวิชาการ วิจัย และวิชาชีพ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการสมัคร 4. พัฒนากลยุทธ์การประชาสัมพันธ์เชิงคุณค่า (value-based communication) โดยใช้ผลงานวิจัย อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ และศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จเป็นจุดเด่น 5. ทบทวนระบบรับเข้าและการสนับสนุนผู้เรียน เช่น ทุนการศึกษา ทุนผู้ช่วยสอน ทุนผู้ช่วยวิจัย 6. พัฒนาระบบดูแลและคงอยู่ของนักศึกษา (retention) โดยเฉพาะด้าน research mentoring และ academic support ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งจำนวนรับเข้าและอัตราสำเร็จการศึกษา 1. วิเคราะห์ข้อมูลผู้สมัครย้อนหลัง (background, อาชีพ, แรงจูงใจ) • สำรวจความต้องการของบุคลากรในห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัย โรงพยาบาล • แยกกลุ่มเป้าหมายเป็น research-oriented / professional / industry-linked • กำหนด target student profile 2. พัฒนาหลักสูตรแบบ course-based / research-based / hybrid • กำหนด career & research pathway ชัดเจน (เช่น ต่อ PhD, research assistant, clinical research, industry) 3. ส่งเสริมการทำวิจัยร่วมกับ clinical department, research institute และ industry partner 4. สื่อสารจุดเด่นด้าน research strength, laboratory facility และ expertise ของอาจารย์ • ใช้ผลงานศิษย์เก่าและความร่วมมือวิจัยเป็น case example • ประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาล สถาบันวิจัย และอุตสาหกรรม 5. สนับสนุนทุนผู้ช่วยสอน (TA) / ผู้ช่วยวิจัย (RA) • สนับสนุนทุนวิจัย สำหรับนักศึกษาปริญญาโท 6. • จัดระบบ academic & research mentoring ตั้งแต่ปีแรก • ติดตามความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์/งานวิจัยอย่างเป็นระบบ • มี early support สำหรับนักศึกษาที่มีความเสี่ยง ผู้อำนวยการหลักสูตร
2)