การรายงานแผนการปรับปรุงการดำเนินงาน [Improvement Plan] ของปีการศึกษา 2568
ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ปีการศึกษา 2567
และตามปัญหา/อุปสรรคต่างๆ ในปีการศึกษาที่ผ่านมา
วิทยาลัยศิลปศาสตร์
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส

จุดแข็งและแนวทางเสริมจุดแข็ง

# ปัญหา/อุปสรรค/ข้อคิดเห็นในปีที่ผ่านมา แนวทางการปรับปรุง/ พัฒนา โครงการ/ กิจกรรมที่รองรับ ผู้รับผิดชอบ
1) หลักสูตรมีการปรับปรุงระบบกลไกการบริหารคุณภาพตาม outcome base ในหลายๆ ตัวบ่งชี้ มีการกำหนดค่าเป้าหมาย แผนรายปี แผนการดำเนินงาน และผลการกำกับติดตามการดำเนินงานตาม pdca โดยชัดเจน แม้จะมีแผน PDCA แต่บ่อยครั้งเรามักจะประเมินแค่ว่า "ได้ทำตามแผนไหม" (Output) มากกว่า "ทำแล้วเกิดผลตามเป้าหมายหรือไม่" (Outcome) แนวทางพัฒนาคือเปลี่ยนการรายงานผลจากการบอกว่า "จัดโครงการแล้ว" เป็นการวิเคราะห์ว่า "ผู้เรียนมีสมรรถนะเพิ่มขึ้นอย่างไรจากโครงการนั้น" การประชุมภาควิชา หัวหน้าสาขาวิชา
2) สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศสมีความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กร AUF ซึ่งเป็นองค์กรที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาฝรั่งเศส -เพิ่มและขยายความร่วมมือทางวิชาการกับองค์กร AUF ในด้านต่างๆ ที่หลากหลายมากขึ้น -ขยายความร่วมมือไปยังองค์กรผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศสอื่นๆ อาทิเช่น CREFAP / OIF โครงการพัฒนาของศูนย์ CEF - AUF หัวหน้าภาควิชา
3) นักศึกษาของหลักสูตรได้รับรางวัลจากเวทีการแข่งขันที่จัดโดยสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส และองค์กรนานาชาติ เช่น AUF และ OIF ทั้งในรูปแบบของการท่องบทกวี สุนทรพจน์ การแสดงละคร การแข่งขันคลิปวิดีโอ และการประชุมเยาวชนผู้พูดภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งด้านวิชาการและทักษะทางภาษาของผู้เรียน -รักษาคุณภาพของผลงานนักศึกษาทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ -ถ่ายทอดความรู้ (KM) ระหว่างนักศึกษาที่ได้รับรางวัลกับนักศึกษาท่านอื่นๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น -เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักศึกษา หัวหน้าภาควิชา
4) สาขาวิชาฯ มีการบริหารภาระงานของคณาจารย์อย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากภาระงานสอน ภาระงานวิชาการ การลาศึกษาต่อ และตำแหน่งทางบริหาร ตลอดจนการกำหนดผู้สอนตามความเชี่ยวชาญที่สัมพันธ์กับ CLO รายวิชาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังจัดสรรทรัพยากรและสื่อการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและแบบออนไลน์ 1. การบริหารภาระงานแบบเชิงรุก นอกจากการกระจายงานตามตำแหน่งแล้ว ควรเพิ่มมิติของการส่งเสริมศักยภาพรายบุคคลเข้าไปด้วย แนวทางพัฒนา: นำระบบ Individual Development Plan (IDP) เข้ามาเชื่อมกับภาระงาน เช่น อาจารย์ที่กำลังทำผลงานทางวิชาการ (ผศ./รศ.) อาจได้รับการลดหย่อนภาระงานสอนชั่วคราว เพื่อให้สามารถผลิตผลงานที่ตอบโจทย์ตัวบ่งชี้ของหลักสูตรได้รวดเร็วขึ้น 2. การสร้าง ความเชี่ยวชาญ vs ผลลัพธ์ การกำหนดผู้สอนตามความเชี่ยวชาญเป็นเรื่องดี แต่ควรมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วย แนวทางพัฒนา: ทำการประเมินว่าอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ สามารถทำให้นักศึกษาบรรลุ CLO ได้ตามเป้าหมายหรือไม่ -จัดทำ Workload Dashboard ที่แสดงสัดส่วนภาระงาน 4 ด้าน (สอน, วิจัย, บริการวิชาการ, ทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม) ของอาจารย์แต่ละท่าน เพื่อให้การจัดสรรงานในเทอมถัดไปมีความเป็นธรรมและโปร่งใส หัวหน้าสาขาวิชา
5) หลักสูตรมีความโดดเด่นในการจัดค่ายภาษาฝรั่งเศสร่วมกับโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ การส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมและเวทีระดับนานาชาติ การจัดตั้งชมรม Club francophone de Rangsit ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก AUF และการเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาบรรยายในชั้นเรียน สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงบทบาทของหลักสูตรในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและขยายโอกาสทางวิชาการแก่ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ -เน้นการทำงานเชิงรุกมากยิ่งขึ้น ทำแผนที่ความร่วมมือในเครือข่ายของโรงเรียนที่สอนภาษาฝรั่งเศส เพื่อจะได้จัดกิจกรรมและโครงการให้ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น -สำรวจ Steakholder ครูและนักเรียนเพื่อจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการได้รับการพัฒนา -โครงการค่ายภาษาฝรั่งเศส -โครงการครูภาษาออนไลน์ หัวหน้าภาควิชา
6) หลักสูตรมีการปรับกลไกในการพัฒนาและส่งเสริมอาจารย์ประจำหลักสูตร จนทำให้อาจารย์ได้ผลิตและตีพิมพ์ผลงานวิชาการอย่างต่อเนื่องและในรูปแบบที่หลากหลาย มีการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นว่าหลักสูตรดำเนินการบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ -ส่งเสริมให้อาจารย์ประจำหลักสูตรตีพิมพ์ผลงานวิชาการในรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตีพิมพ์ลงในวารสาร TCI 1 -ผลักดันให้อาจารย์ประจำหลักสูตรท่านอื่นที่ยังไม่เคยผลิตผลงานวิชาการได้เริ่มผลิตผลงานวิชาการ -โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมการก้าวสู่ตำแหน่งทางวิชาการ (จัดโดยระดับวิทยาลัยฯ) รองคณบดีฝ่ายวิชาการ
7) หลักสูตรมีแผน 5 ปี และตัวชี้วัดรายปี ในการบริหารคุณภาพของสาระรายวิชา นำสู่การปฏิบัติ ประเมินผล สู่ผลลัพธ์การมีสาระรายวิชาที่ตอบความคาดหวัง stakeholder ต่าง ๆ ชัดเจน -ติดตามและทบทวนความคาดหวังของ stakeholder ต่าง ๆ เพื่อนำมากำหนดเป็นแผนพัฒนาคุณภาพรายวิชาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น -การสำรวจความคาดหวังของ stakeholder -การประชุมอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร หัวหน้าภาควิชา
8) ปีการศึกษา 2567 หลักสูตรกำหนดอาจรย์ผู้สอนตามความเหมาะสมทั้งในเชิงคุณวุฒิ ประสบการณ์สอน ประสบการณ์วิจัย และผลงานบริการวิชาการ ในรูปแบบตาราง mapping ที่ชัดเจน สามารถเป็นตัวอย่างการดำเนินการให้หลักสูตรอื่น ๆ ได้ 1. ในปีการศึกษา 2568 นี้ เพื่อกำหนดอาจารย์ผู้สอนตามความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น หลักสูตรจะทำการประเมินว่าอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ สามารถทำให้นักศึกษาบรรลุ CLO ได้ตามเป้าหมายหรือไม่ -การประเมินผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาตาม CLO ที่กำหนดไว้ หัวหน้าภาควิชา
9) หลักสูตรมีการจัดทำแผนการกำหนดสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้และปรับปรุงระบบกลไกอย่างเป็นระบบโดยอาจารย์ประจำหลักสูตรและหัวหน้าศูนย์ CNFp และ CEF เพื่อนำไปดำเนินการให้มีสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ในหลักสูตร มีการทำแบบสอบถามให้การจัดหาสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อตอบสนองต่อการต้องการของนักศึกษาและอาจารย์ประจำหลักสูตร และนักศึกษาได้นำสิ่งสนับสนุนไปผลิตผลงานส่งเข้าประกวดจนได้รับรางวัลระดับชาติถึง 5 รางวัล -ทบทวนแผนการกำหนดสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ให้มีความทันสมัยและตอบสนองความต้องการของผู้เรียน -การสำรวจความคิดเห็นของผู้เรียน และการดำเนินการจัดทำแผนฯ หัวหน้าภาควิชา
10) ภาควิชามีกิจกรรมส่งเสริมนักศึกษาเป็นจำนวนมากทั้งภายในและในระดับสากล -สำรวจ และวิเคราะห์ความต้องการของนักศึกษาเพื่อจัดกิจกรรมและโครงการพัฒนาศักยภาพที่ตรงกับความต้องการของนักศึกษา -สำรวจและจัดกิจกรรม/โครงการเพิ่มเติมเต็มทักษะที่นักศึกษายังไม่ได้รับ -กิจกรรม/โครงการอบรมของภาควิชาฯ หัวน้าภาควิชา
11) ภาควิชามีจุดแข็งเรื่องการผลักดันนักศึกษาให้เข้าร่วมเวทีระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับภาษาและวัฒนธรรมฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง -รักษาคุณภาพของผลงานนักศึกษาทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ -ถ่ายทอดความรู้ (KM) ระหว่างนักศึกษาที่ได้รับรางวัลกับนักศึกษาท่านอื่นๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น -การเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักศึกษา หัวหน้าภาควิชา
12) หลักสูตรมีการปรับปรุงรายวิชาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งด้านเนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ และการประเมินผล โดยพิจารณาจากผลการประเมิน RQF.3 และความต้องการของผู้เรียนและตลาดแรงงาน นอกจากนี้ยังบูรณาการการเรียนรู้กับพันธกิจมหาวิทยาลัย เช่น การบริการวิชาการและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาหลักสูตรอย่างรอบด้านและมีเป้าหมายชัดเจน -เก็บ Feedback ผู้เรียนเชิงลึก (ไม่ใช่แค่แบบประเมินปลายภาค) เพื่อนำมาปรับปรุงรายวิชา -วิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้ ความยาก–ง่าย จุดที่ผู้เรียนสะดุด แล้วนำไปปรับวิธีสอน -การจัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นของผู้เรียน หัวหน้าภาควิชา
13) การเรียนการสอนของหลักสูตรมีการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เช่น Google Classroom เพื่อจัดการงานและการประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความคลาดเคลื่อนในการส่งงานของนักศึกษา อีกทั้งมีการเรียนรู้เชิงบูรณาการจากโครงงานเดียวที่ประเมินร่วมกันในหลายรายวิชา ซึ่งส่งเสริมความเชื่อมโยงทางองค์ความรู้และพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกันของนักศึกษา -ขยายขอบเขตการเรียนรู้เชิงบูรณาการจากเดิมที่เป็นการประเมินเชิงบูรณาการร่วมกันในรายวิชาในชั้นปีเดียวกัน เป็นการประเมินเชิงบูรณาการจาก Project Based Learning ข้ามชั้นปี -โครงงานของนักศึกษาในรายวิชาต่างๆ หัวหน้าภาควิชา

จุดที่ควรพัฒนาและข้อเสนอแนะในการปรับปรุง

# ปัญหา/อุปสรรค/ข้อคิดเห็นในปีที่ผ่านมา แนวทางการปรับปรุง/ พัฒนา โครงการ/ กิจกรรมที่รองรับ ผู้รับผิดชอบ
1) ผลการประเมินกระบวนการรับสมัครพบว่ามีแนวโน้มจำนวนนักศึกษาสมัครใหม่เพิ่มมากขึ้นและมาจาก target marketing ที่หลักสูตรลงพื้นที่โรงเรียน ขอให้หลักสูตรดำเนินการกิจกรรมตามกระบวนการดังกล่าวเพื่อคาดหวังการขยายผลความสำเร็จต่อไป และหลักสูตรอาจพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม academic as marketing ของสำนักงานรับนักศึกษา และร่วมกับ brand ambrassador ในการประชาสัมพันธ์ภาพความสำเร็จของ ALO SLO YLO ที่เกิดขึ้นจริง 1.ผ่านกิจกรรมแนะแนว 2.ผ่านสื่อ social ต่าง ๆ และ 3. ผ่านแอฟพลิเคชั่น RSYou -ดำเนินกิจกรรมแนะแนวในโรงเรียนเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลโรงเรียนที่ให้ผลตอบรับดีเป็นฐาน -พัฒนารูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทผู้เรียน เช่น workshop สั้น ๆ การทดลองเรียน หรือกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์หลักสูตร -เก็บข้อมูลผลลัพธ์รายกิจกรรม เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์ในรอบถัดไป -คัดเลือกนักศึกษา ศิษย์เก่า หรือผู้มีผลงานโดดเด่นที่สะท้อน ALO / SLO / YLO ได้อย่างชัดเจน -สื่อสาร “เรื่องราวความสำเร็จจริง” (Real Outcome, Real Impact) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้หลักสูตร ดำเนินการผ่านโครงการเพื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตร หัวหน้าภาควิชา
2) หลักสูตรควรประเมินค่าร้อยละสัมฤทธิผลการเรียนรู้รายทักษะกิจกรรม (Activity Learning Outcome) เพื่อวัดสัมฤทธิผลการพัฒนาความรู้/ทักษะที่ชัดเจน และเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงกระบวนการต่อไป -ในปีการศึกษา 2568 นี้ หลักสูตรหาแนวทางเพื่อประเมินค่าร้อยละสัมฤทธิผลการเรียนรู้รายทักษะกิจกรรม (Activity Learning Outcome) เพื่อวัดสัมฤทธิผลการพัฒนาความรู้/ทักษะที่ชัดเจน -การประชุมอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร หัวหน้าภาควิชา
3) หลักสูตรอาจปรับปรุงการใช้ template rqf.3 และ rqf.5 แบบ obe version เพื่อให้มีความชัดเจน ในการกำหนด clo , learning activity , learning assestment และเกณฑืการวัดค่าร้อยละสัมฤทธิผลการเรียนรู้ตาม sub clo ของรายวิชาต่าง ๆ เพื่อนำผลประเมินมาประกอบการปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนการสอน -ประชุมร่วมกับอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเพื่อดำเนินการจัดทำ RQF 3 -5 แบบ OBE Version การประชุมอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร หัวหน้าภาควิชา
4) ภาควิชาอาจพัฒนากลวิธีเพื่อทำให้จำนวนนักศึกษาถึงเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ -ดำเนินกิจกรรมแนะแนวในโรงเรียนเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลโรงเรียนที่ให้ผลตอบรับดีเป็นฐาน -พัฒนารูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทผู้เรียน เช่น workshop สั้น ๆ การทดลองเรียน หรือกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์หลักสูตร -เก็บข้อมูลผลลัพธ์รายกิจกรรม เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์ในรอบถัดไป -คัดเลือกนักศึกษา ศิษย์เก่า หรือผู้มีผลงานโดดเด่นที่สะท้อน ALO / SLO / YLO ได้อย่างชัดเจน -สื่อสาร “เรื่องราวความสำเร็จจริง” (Real Outcome, Real Impact) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้หลักสูตร ดำเนินการผ่านโครงการประชาสัมพันธ์หลักสูตรของภาควิชาฯ หัวหน้าภาควิชา
5) เห็นแนวโน้มที่ดีในการขอตำแหน่งทางวิชาการและการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น -ประชุมอาจารย์ประจำหลักสูตร เพื่ออัพเดทแผนพัฒนาอาจารย์เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งทางวิชาการ -ติดตามเพื่อให้ดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนดไว้ -การประชุมเชิงปฏิบัติการของหลักสูตรเพื่อจัดทำแผนพัฒนาอาจารย์ หัวหน้าภาควิชา