รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ปีการศึกษา 2568

หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการเขียนบทและการกำกับภาพยนตร์และซีรี่ส์

วันที่ประเมิน: 18 สิงหาคม 2569, 09:30น.

คณะกรรมการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ประกอบด้วย
อาจารย์นัฐวุฒิ สีมันตร ประธานกรรมการ
ผศ.ดร.จิรัชฌา วิเชียรปัญญา กรรมการ
ผศ.ดร.ดวงทิพย์ เจริญรุกข์ กรรมการ
คุณธนัญชนก วารินหอมหวล กรรมการและเลขานุการ

องค์ประกอบที่ 1 การกำกับมาตรฐาน

[ตัวบ่งชี้ 1.1] การบริหารการจัดการหลักสูตรตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร

เกณฑ์การประเมิน ผลการประเมิน
1. จำนวนอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
  • ไม่น้อยกว่า 5 คน และ
  • เป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเกินกว่า 1 หลักสูตรในเวลาเดียวกันไม่ได้ ยกเว้น พหุวิทยาการหรือสหวิทยาการได้อีกหนึ่งหลักสูตร และ
  • ประจำหลักสูตรตลอดระยะเวลาที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรนั้น
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็น
- นางสาว รพีพิมล ไชยเสนะ คุณวุฒิ ปริญญาโท ผลงานวิชาการ 4
- ผศ.ดร.ณชรต อิ่มณะรัญ คุณวุฒิ ปริญญาเอก ผลงานวิชาการ 8 
- ดร.ณัฐศรชัย พรเอี่ยม คุณวุฒิ ปริญญาเอก ผลงานวิชาการ 5 
- นายชิตปภพ ประเสริฐไพฑูรย์  ปริญญาโท ผลงานวิชาการ 3
- นายชานนท์ ประดิษฐ์ ปริญญาโท ผลงานวิชาการ 6

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
เกณฑ์การประเมิน ผลการประเมิน
2. คุณสมบัติอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
  • มีคุณวุฒิขั้นต่ำปริญญาโทหรือเทียบเท่าในสาขาที่ตรงหรือสัมพันธ์กับสาขาวิชาที่เปิดสอน หรือมีตำแหน่งทางวิชาการผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในสาขาที่ตรงหรือสัมพันธ์กับสาขาวิชาที่เปิดสอน
  • มีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 1 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง
  • กรณีมีการตกลงร่วมผลิตกับองค์กรภายนอก ต้องมีอาจารย์ประจำหลักสูตรจากสถาบันอุดมศึกษาเจ้าของหลักสูตรนั้นเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรอย่างน้อย 3 คน

ระบุชื่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
ที่ผลงานวิชาการในรอบ 5 ปี หมดอายุในปีการศึกษาที่ตรวจ (ต้องเพิ่มผลงานชิ้นใหม่ในปีการศึกษาหน้า)

- ไม่มี
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็น
หลักสูตรนี้ได้รับการประเมินว่า "เป็นไปตามเกณฑ์" ในด้านคุณสมบัติของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรอย่างสมบูรณ์

อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทั้ง 5 ท่าน มีคุณวุฒิขั้นต่ำตั้งแต่ปริญญาโทขึ้นไปทุกคน โดยแบ่งเป็นผู้มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกจำนวน 2 ท่าน และระดับปริญญาโทจำนวน 3 ท่าน รวมทั้งมีผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์จำนวน 1 ท่าน และอาจารย์จำนวน 4 ท่าน ซึ่งตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทุกท่าน (ทั้ง 5 ท่าน) มีผลงานทางวิชาการและผลงานสร้างสรรค์ (เช่น การแสดงนิทรรศการศิลปะ นิทรรศการภาพถ่ายระดับชาติและนานาชาติ หรือบทความวิจัย) อย่างน้อย 1 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง ครบถ้วนตามที่มาตรฐานหลักสูตรกำหนด

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
เกณฑ์การประเมิน ผลการประเมิน
[สำหรับประเภทวิชาชีพ/ปฏิบัติการ]
  • อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร จำนวน 2 ใน 5 คน ต้องมีประสบการณ์ในด้านการปฏิบัติการ
  • มีคุณวุฒิขั้นต่ำปริญญาโทหรือเทียบเท่าในสาขาที่ตรงหรือสัมพันธ์กับสาขาวิชาที่เปิดสอน หรือมีตำแหน่งทางวิชาการผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในสาขาที่ตรงหรือสัมพันธ์กับสาขาวิชาที่เปิดสอน
  • มีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 1 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง
  • กรณีมีการตกลงร่วมผลิตกับองค์กรภายนอก ต้องมีอาจารย์ประจำหลักสูตรจากสถาบันอุดมศึกษาเจ้าของหลักสูตรนั้นเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรอย่างน้อย 3 คน
ระบุข้อคิดเห็น
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
เกณฑ์การประเมิน ผลการประเมิน
3. คุณสมบัติอาจารย์ประจำหลักสูตร
  • มีคุณวุฒิขั้นต่ำปริญญาโทหรือเทียบเท่าในสาขาที่ตรงหรือสัมพันธ์กับสาขาวิชาที่เปิดสอน หรือมีตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือเทียบเท่า ในสาขาที่ตรงหรือสัมพันธ์กับสาขาวิชาที่เปิดสอน
  • มีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 1 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง
  • ไม่จำกัดจำนวนและประจำได้มากกว่าหนึ่งหลักสูตร
  • กรณีมีการตกลงร่วมผลิตกับองค์กรภายนอกที่ไม่ใช่สถาบันอุดมศึกษาหากจำเป็น บุคคลที่มาจากองค์กรนั้นอาจได้รับการยกเว้นคุณวุฒิปริญญาโทและผลงานทางวิชาการ แต่ต้องมีคุณวุฒิขั้นต่ำปริญญาตรีหรือเทียบเท่าที่ตรงหรือสัมพันธ์กับสาขาวิชาของหลักสูตรและมีประสบการณ์การทำงานในองค์กรแห่งนั้น หรือการทำงานประเภทเดียวกันอย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี

ระบุชื่ออาจารย์ประจำหลักสูตร
ที่ผลงานวิชาการในรอบ 5 ปี หมดอายุในปีการศึกษาที่ตรวจ (ต้องเพิ่มผลงานชิ้นใหม่ในปีการศึกษาหน้า

- ไม่มี
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็น
ใช้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและอาจารย์ประจำหลักสูตรชุดเดียวกัน
           - นางสาว รพีพิมล ไชยเสนะ คุณวุฒิ ปริญญาโท ผลงานวิชาการ 4
          - ผศ.ดร.ณชรต อิ่มณะรัญ คุณวุฒิ ปริญญาเอก ผลงานวิชาการ 8 
          - ดร.ณัฐศรชัย พรเอี่ยม คุณวุฒิ ปริญญาเอก ผลงานวิชาการ 5 
          - นายชิตปภพ ประเสริฐไพฑูรย์  ปริญญาโท ผลงานวิชาการ 3
          - นายชานนท์ ประดิษฐ์ ปริญญาโท ผลงานวิชาการ 6

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
เกณฑ์การประเมิน ผลการประเมิน
4. คุณสมบัติอาจารย์ผู้สอน ที่เป็นอาจารย์ประจำ
  • คุณวุฒิขั้นต่ำปริญญาโทหรือเทียบเท่า หรือมีตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือเทียบเท่าในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กันหรือสาขาวิชาของรายวิชาที่สอน
  • ในกรณีที่มีอาจารย์ประจำที่มีคุณวุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่าและทำหน้าที่อาจารย์ผู้สอนก่อนที่เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2565 จะประกาศใช้ให้สามารถทำหน้าที่อาจารย์ผู้สอนต่อไปได้ (มีผลบังคับใช้ 27 กันยายน 2565)
  • สำหรับหลักสูตรที่มีการตกลงร่วมผลิตกับองค์กรภายนอกที่ไม่ใช่สถาบันอุดมศึกษา หากจำเป็นบุคคลที่มาจากองค์กรนั้น อาจได้รับการยกเว้นคุณวุฒิปริญญาโทแต่ต้องมีคุณวุฒิขั้นต่ำปริญญาตรีหรือเทียบเท่าและมีประสบการณ์การทำงานในองค์กรแห่งนั้นหรือการทำงานประเภทเดียวกันอย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็น
- คุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรทุกท่าน
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
คุณสมบัติของอาจารย์ผู้สอน ที่เป็นอาจารย์พิเศษ
  • คุณวุฒิขั้นต่ำปริญญาโทหรือเทียบเท่า หรือมีตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือเทียบเท่าในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กันหรือสาขาวิชาของรายวิชาที่สอน
  • กรณีอาจารย์พิเศษที่ไม่มีคุณวุฒิตามที่กำหนดข้างต้น ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์เป็นที่ยอมรับ ซึ่งตรงหรือสัมพันธ์กับรายวิชาที่สอน โดยผ่านความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
  • ทั้งนี้ หากรายวิชาใดมีความจำเป็นต้องใช้อาจารย์พิเศษ ต้องมีอาจารย์ประจำร่วมรับผิดชอบกระบวนการเรียนการสอนและพัฒนานักศึกษา ตลอดระยะเวลาของการจัดการเรียนการสอนรายวิชานั้น ๆ ด้วย
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็น
-
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
เกณฑ์การประเมิน ผลการประเมิน
10. การปรับปรุงหลักสูตรตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด
  • ต้องไม่เกิน 5 ปี ตามรอบระยะเวลาของหลักสูตร หรืออย่างน้อยทุก ๆ 5 ปี
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็น
  • หลักสูตรนี้ปฏิบัติ "เป็นไปตามเกณฑ์" โดยมีการดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรไม่เกิน 5 ปีตามรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
  • นับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการเรียนการสอนในรอบปีการศึกษา 2558 หลักสูตรได้มีการปรับปรุงมาแล้วอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

    • รุ่นที่ 1: ปรับปรุงในปี พ.ศ. 2560 เพื่อเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2561

    • รุ่นที่ 2: ปรับปรุงในปี พ.ศ. 2563 เพื่อเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2564

    • รุ่นที่ 3: ปรับปรุงในปี พ.ศ. 2567 เพื่อเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2568

       คณะกรรมการได้กำหนดแผนงานที่จะทำการปรับปรุงหลักสูตรในรอบถัดไปสำหรับปีการศึกษา 2571

ดังนั้น หลักสูตรมีการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างเคร่งครัด โดยมีการปรับปรุงหลักสูตรอย่างสม่ำเสมอในระยะเวลาประมาณ 3-4 ปีต่อรอบ ซึ่งอยู่ในกรอบเงื่อนไข "ไม่เกิน 5 ปี หรืออย่างน้อยทุก ๆ 5 ปี" ตามที่กำหนด
 

ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ผลการประเมินจากผลการดำเนินงาน ตัวบ่งชี้ 1.1

องค์ประกอบที่ 2 การผลิตบัณฑิต

[ตัวบ่งชี้ 2.1] คุณภาพบัณฑิตตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 และด้านผลลัพธ์ผู้เรียนตามมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2565

หมายเหตุ : *
(1) จำนวนบัณฑิตทั้งหมด หมายถึง ผู้รับปริญญา ในปี พ.ศ. 2568 ประกอบด้วย บัณฑิตที่จบภาคการศึกษา 1/2567 , 2/2567 และ S/2568 [** ปีต้องอัพเดตตามปีการศึกษาที่ประเมินย้อนหลัง 1 ปี]
(2) จำนวนบัณฑิตที่รับการประเมินจากผู้ใช้บัณฑิตต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาตาม (ข้อ1)

ข้อมูลพื้นฐาน ผลการประเมิน
จำนวนยืนยัน กรรมการ
[1] จำนวนบัณฑิตทั้งหมด 35 4.69
[2] จำนวนบัณฑิตที่ได้รับการประเมิน 31
[3] ผลรวมของค่าคะแนนที่ได้จากการประเมินบัณฑิตมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 4.73
[4] ผลรวมของค่าคะแนนที่ได้จากการประเมินบัณฑิตด้านผลลัพธ์ผู้เรียนตามมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 4.65
[5] ผลรวมคะแนนเฉลี่ยคุณภาพบัณฑิตตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 และด้านผลลัพธ์ผู้เรียนตามมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2565
[5] = ([3] + [4]) / 2
4.69
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
-  บัณฑิตได้รับคะแนนประเมินสูงสุดในด้าน "จริยธรรม" (4.84) และได้คะแนนน้อยที่สุดในด้าน "ผู้มีความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง" (4.59) ซึ่งหลักสูตรได้นำข้อมูลส่วนนี้ไปวางแผนปรับปรุงการจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีความรับผิดชอบต่อสังคมและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อส่วนรวมให้ดียิ่งขึ้น
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- จุดที่ควรพัฒนา คือ คุณลักษณะด้าน "ผู้มีความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง" (Active Citizen) ซึ่งเป็นหัวข้อที่บัณฑิตได้รับคะแนนประเมินจากนายจ้างน้อยที่สุด (คะแนนเฉลี่ย 4.59) เมื่อเปรียบเทียบกับทักษะด้านอื่น ๆ

- แนวทางปรับปรุง คือ หลักสูตรควรปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนการสอนและเพิ่มการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังและส่งเสริมให้นักศึกษามีความรับผิดชอบต่อสังคมให้มากขึ้น รวมถึงการบูรณาการให้นักศึกษาสามารถนำความรู้และทักษะวิชาชีพไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ส่วนรวมและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)

 

[ตัวบ่งชี้ 2.2] ร้อยละของบัณฑิตปริญญาตรีที่ได้งานทำหรือประกอบอาชีพอิสระภายใน 1 ปี

หมายเหตุ : *
(1) จำนวนบัณฑิตทั้งหมด จะต้องตรงกับตาราง ตัวบ่งชี้ 2.1
(2) จำนวนบัณฑิตที่ตอบแบบสำรวจจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา

ข้อมูลพื้นฐาน ผลการประเมิน
จำนวนยืนยัน กรรมการ
[1] จำนวนบัณฑิตทั้งหมด 35 5.00
[2] จำนวนบัณฑิตที่ตอบแบบสำรวจ 31
[3] จำนวนบัณฑิตที่ได้งานทำหลังสำเร็จการศึกษา [มีงานทำในองค์กร] 6
[4] จำนวนบัณฑิตที่ได้งานทำหลังสำเร็จการศึกษา [ประกอบอาชีพอิสระ] 9
[5] จำนวนบัณฑิตที่ได้งานทำหลังสำเร็จการศึกษา [ประกอบกิจการส่วนตัว/ธุรกิจครอบครัว] 16
[6] จำนวนบัณฑิตที่ไม่ได้งานทำ 0
[7] จำนวนบัณฑิตที่ศึกษาต่อ 0
[8] จำนวนบัณฑิตที่อุปสมบท 0
[9] จำนวนบัณฑิตที่เกณฑ์ทหาร 0
[10] จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาที่มีงานทำก่อนเข้าศึกษา 0
[11] ร้อยละที่ได้
[11] = (([3] + [4] + [5]) x 100) / ([2] – ([7] + [8] + [9] + [10]))
100.00
[12] ผลลัพธ์ที่ได้
[12] = ([11] x 5) / 100
5.00
[13] เงินเดือนหรือรายได้ต่อเดือนเฉลี่ยของผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้งานทำ หรือประกอบอาชีพอิสระ (บาท) 17000.00
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- คุณภาพบัณฑิตของหลักสูตรเป็นที่ยอมรับจากภายนอก ทำให้การทำงานในองค์กร การทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพ และการประกอบธุรกิจส่วนตัว ทำให้มีค่าร้อยละ 100 ของการได้งานทำ
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- จากสัดส่วนบัณฑิตที่ประกอบธุรกิจส่วนตัวและอาชีพอิสระที่มีจำนวนมาก หลักสูตรควรดึงบัณฑิตกลุ่มนี้มาร่วมเป็นเครือข่าย (Alumni Network) เพื่อกลับมาเป็นวิทยากรให้คำแนะนำ สร้างแรงบันดาลใจ หรือเป็นแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้แก่นักศึกษารุ่นปัจจุบัน
- ควรเสริมทักษะทางด้านการบริหารธุรกิจ การตลาดดิจิทัล หรือการเจรจาต่อรองให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในรายวิชาต่างๆ เพื่อติดอาวุธให้บัณฑิตกลุ่มที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการหรือทำอาชีพอิสระมีความพร้อมในการแข่งขันมากขึ้น

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ผลการประเมิน เฉลี่ยองค์ประกอบที่ 2 (2 ตัวบ่งชี้) คะแนนที่ได้ 4.85 คะแนน

องค์ประกอบที่ 3 นักศึกษา

[ตัวบ่งชี้ 3.1] การรับนักศึกษา

คะแนนที่ได้ 3
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง
การรับนักศึกษา:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีการรับนักศึกษาใหม่เกินค่าเป้าหมายที่กำหนดตาม มคอ 2 ของหลักสูตรปรับปรุงปี 2568
- หลักสูตรมีระบบและกลไกที่ชัดเจนในการรับนักศึกษาใหม่
- หลักสูตรมีช่องทางประชาสัมพันธ์ผลงานนักศึกษาและศิษย์เก่าหลายหลายช่องทางเพื่อสร้างการรับรู้กับบุคคลภายนอก

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรสามารถสรุปข้อมูลผลการเรียนรวมของนักเรียนที่สมัครเข้ามาเป็นนักศึกษาใหม่เพื่อการวางแผนในการพัฒนาและเตรียมความพร้อมนักศึกษาใหม่ได้
- หลักสูตรสามารถทำแบบสอบถามการรับรู้ถึงสื่อประชาสัมพันธ์ของหลักสูตรว่าสร้างการรับรู้และมีข้อมูลที่ชัดเจนครอบคลุมหรือไม่ เพื่อพัฒนาการทำสื่อในการรับนักศึกษาใหม่ปีการศึกษาถัดไป

- จากการวิเคราะห์ผลการประเมินกระบวนการรับนักศึกษาและการคงอยู่ของนักศึกษา พบว่ามีนักศึกษาบางส่วนที่รับเข้ามายังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับความหนักของภาระงานและลักษณะการเรียนการสอนของสาขาวิชา ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การออกกลางคัน (Dropout) หรือการย้ายสาขา
- ควรปรับปรุงกระบวนการสัมภาษณ์และคัดกรองผู้สมัครให้มีความเข้มข้นและเจาะลึกมากขึ้น โดยเน้นการชี้แจงข้อมูลสภาพความเป็นจริงของการเรียนการสอน (เช่น รูปแบบการเรียนแบบปฏิบัติการ ความคาดหวังของหลักสูตร) และอาจเพิ่มการประเมินทัศนคติ (Attitude Test) เพื่อให้ผู้สมัครมีข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องประกอบการตัดสินใจก่อนเข้าศึกษา

 
การเตรียมความพร้อมนักศึกษาใหม่:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีระบบและกลไก รวมถึงกำหนนดผู้รับผิดชอบ ในการเตรียมความพร้อมสำหรับนักศึกษาใหม่
- หลักสูตรมีกิจกรรมส่งเสริมการเตรียมความพร้อมนักศึกษาใหม่ 3 กิจกรรม ได้แก่ การปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ สานสัมพันธ์น้องพี่เขียนบทกำับฯ 68 และOpenhouse ของวิทยาลัย

- หลักสูตรมีระบบที่ชัดเจนในการนำข้อมูลพื้นฐาน ข้อจำกัด หรือผลการประเมินของผู้สมัครจากขั้นตอนการสัมภาษณ์ มาใช้วิเคราะห์และออกแบบกิจกรรมการเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับลักษณะของนักศึกษาในแต่ละรุ่น
- มีการจัดกิจกรรมปฐมนิเทศและเตรียมความพร้อมที่ครอบคลุมทั้งด้านวิชาการ (การปรับพื้นฐานความรู้และทักษะ) และด้านการใช้ชีวิต (Soft Skills) เพื่อช่วยให้นักศึกษาใหม่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมระดับอุดมศึกษาได้ดีขึ้น
- แม้ผลประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเตรียมความพร้อมจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก (คะแนน 4.65) แต่พบว่าคะแนนลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีการศึกษาก่อนหน้า (คะแนน 4.90) หลักสูตรจึงควรนำข้อเสนอแนะจากนักศึกษามาวิเคราะห์เพื่อปรับรูปแบบกิจกรรมให้มีความน่าสนใจและตอบสนองความคาดหวังของผู้เรียนในยุคปัจจุบันมากขึ้น

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรสามารถเพิ่มกิจกรรม workshop เพื่อเตรียมความพร้อมในทักษะด้านอื่นเช่น softskill เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับรุ่นพี่และอาจารย์ที่ปรึกษา
- ผลประเมินความพึงพอใจต่อกิจกรรมลดลง โดยผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาต่อกระบวนการจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนเข้าศึกษาในปีล่าสุดมีค่าเฉลี่ย 4.65 ซึ่งปรับตัวลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีการศึกษาก่อนหน้าที่ทำได้ 4.90 สะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบกิจกรรมอาจยังไม่ตอบสนองต่อความต้องการหรือความคาดหวังของผู้เรียนกลุ่มใหม่ได้อย่างเต็มที่
- นักศึกษาใหม่บางส่วนยังคงมีช่องว่างด้านความรู้ ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนวิชาชีพ และอาจพบปัญหาในการปรับตัวเข้ากับการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาในช่วงแรก

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)

[ตัวบ่งชี้ 3.2] การส่งเสริมและพัฒนานักศึกษา

คะแนนที่ได้ 3
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง
การควบคุมการดูแลการให้คำปรึกษาวิชาการและแนะแนวแก่นักศึกษาปริญญาตรี
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีระบบและกลไกในการดำเนินการด้านอาจารย์ที่ปรึกษาที่ดี แบ่งภาระหน้าที่ชัดเจน
- หลักสูตรมีผลการประเมินระบบอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่ในระดับดีมาก โดยมีผลประเมินดีกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา

- หลักสูตรมีการจัดระบบที่อำนวยความสะดวกแก่นักศึกษา โดยสามารถติดต่อนัดหมายอาจารย์ที่ปรึกษาได้ทั้งแบบออฟไลน์ (การแสดงตารางเวลาให้คำปรึกษาหน้าห้องพักอาจารย์) และออนไลน์ (ผ่านกล่องข้อความ Facebook Page, LINE กลุ่มชั้นปี และเลขานุการสาขา) ทำให้นักศึกษาเข้าถึงการดูแลได้ง่ายและรวดเร็ว
- มีกลไกการจัดกิจกรรม Homeroom อย่างน้อย 2 ครั้งต่อภาคเรียน (ต้นภาคและปลายภาคการศึกษา) เพื่อใช้เป็นเวทีในการทบทวนแผนการเรียน ติดตามพฤติกรรมการเรียน และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรควรประเมินระบบอาจารย์ที่ปรึกษาแยกชั้นปี เพื่อวิเคราะห์ผลและนำมาพัฒนาระบบที่ปรึกษาในแแต่ละชั้นปีได้ เพื่อเพิ่มอัตราการคงอยู่ของนักศึกษา
- คะแนนผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่ออาจารย์ที่ปรึกษาในปีการศึกษาล่าสุด (2568) อยู่ที่ 4.75 ซึ่งแม้จะอยู่ในระดับมากที่สุด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปีการศึกษาก่อนหน้า (2567) ที่ได้คะแนน 4.77 พบว่ามีแนวโน้มของคะแนนที่ลดลงเล็กน้อย ซึ่งอาจสะท้อนถึงบางกระบวนการหรือช่องทางการให้คำปรึกษาที่ยังตอบสนองความคาดหวังของนักศึกษาได้ไม่เต็มที่
- หลักสูตรควรทำการวิเคราะห์ข้อมูลผลการประเมินในเชิงลึก และเปิดรับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ (Feedback) เพิ่มเติมจากนักศึกษา เพื่อค้นหาสาเหตุที่ทำให้คะแนนความพึงพอใจลดลง
               ดังนั้น ควรนำข้อเสนอแนะที่ได้มาใช้พัฒนาและปรับปรุงรูปแบบการให้คำปรึกษาและการแนะแนวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การตอบสนองที่รวดเร็วขึ้น หรือการปรับช่องทางการสื่อสารให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของนักศึกษา เพื่อยกระดับการดูแลและสร้างความพึงพอใจที่สูงขึ้นในรอบปีการศึกษาถัดไป

 
การพัฒนาศักยภาพนักศึกษาและการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีแนวคิดและระบบในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาและเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเป็นรูปธรรม
- มีการเชี่อมโยงรายวิชาในแต่ชั้นปีให้สามารถพัฒนาทักษะและนำไปใช้จริงได้

- ความครอบคลุมและสอดคล้องกับมาตรฐาน: หลักสูตรมีการจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักศึกษาและเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงและสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 (ทั้งด้านความรู้ ทักษะ จริยธรรม และลักษณะบุคคล) อย่างชัดเจนในแต่ละชั้นปี
- กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการบูรณาการเข้าไปในรายวิชาที่สอน (Integrated Learning) เช่น FWD131, FWD221, FWD231, FWD321, FWD331, FWD424, FWD426, FWD492 และ FWD493 ทำให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะจากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning)
         ดังนั้น หลักสูตรควรนำผลงานของนักศึกษาที่ได้รับรางวัล หรือผลงานที่มีความโดดเด่น ไปขยายผลเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Networking) กับภาคอุตสาหกรรม หรือหน่วยงานภายนอก เพื่อสร้างโอกาสและช่องทางในการเผยแพร่ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
         แม้ผลประเมินจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก (คะแนน 4.90) และสามารถพัฒนานักศึกษาจนได้รับรางวัล แต่หลักสูตรควรเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดหาอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือการสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Co-working space) ระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ เพื่อบ่มเพาะทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้เข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้น

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- ควรเขียนรายงานผลการดำเนินการที่รวมวิชาที่เปิดสอนในแต่ละชั้นปีแสดงผลการดำเนินการแยกตามทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
- จากข้อมูลการวิเคราะห์รายวิชา พบปัญหาในกลุ่มรายวิชาที่ต้องปฏิบัติงานหรือทำโครงงานควบคู่กัน (เช่น รายวิชา FWD 489 การศึกษาอิสระ และการฝึกประสบการณ์) ซึ่งนักศึกษาบางส่วนมีข้อจำกัดในการบริหารเวลา ส่งผลให้ไม่สามารถส่งรายงานหรือผลงานสร้างสรรค์ได้เสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดเวลา
- คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและอาจารย์ผู้สอนควรวางแผนบูรณาการการมอบหมายชิ้นงานหรือโครงงาน (Project-based) ระหว่างรายวิชาที่เรียนในภาคการศึกษาเดียวกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนของภาระงาน (Workload) ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาสามารถทุ่มเทเวลาในการสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 
การพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในการส่งเสริมให้เกิดการสร้างผลงานวิจัย งานสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- มีระบบและกลไกในการดำเนินการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในการส่งเสริมให้เกิดการสร้างผลงานวิจัย งานสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีการแบ่งความรับผิดชอบตามลักษณะรายวิชา
- ผลงานนักศึกษาได้รับการพัฒนาจากการเรียนการสอนจนสามารถรับรางวัลจากทั้งภายนอกและภายในสถาบัน

- หลักสูตรมีระบบและกลไกในการส่งเสริมการสร้างผลงานนวัตกรรม งานสร้างสรรค์ และศิลปวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการผ่านการจัดการเรียนการสอนแบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based) และโครงการบริการวิชาการ
- นักศึกษาสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้สร้างสรรค์ผลงานที่ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติได้เป็นอย่างดี โดยมีผลงาน เช่น การผลิตผลงานสารคดีสั้นและหนังสั้น ซึ่งประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัลชมเชยในระดับชาติ รวมถึงรางวัลจากการประกวดผลงานสร้างสรรค์อื่น ๆ

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรสามารถนำรายวิชาในชั้นปีอื่นนอกเหนือจากชั้นปีที่ 4 มาพัฒนาทักษะในการสร้างสรรค์ผลงานที่นำมาใช้ประโยชน์ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ
- ควรมีการเขียนรายงานผลลัพธ์การเรียนรู้อันนำมาซึ่งความสำเร็จของนักศึกษาในการส่งผลงานสร้างสรรค์

- หลักสูตรควรผลักดันและสนับสนุนให้นำผลงานสร้างสรรค์ หนังสั้น หรือนวัตกรรมของนักศึกษาที่ได้รับรางวัล ไปจัดแสดง เผยแพร่ หรือร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกและภาคสังคม เพื่อให้ผลงานดังกล่าวถูกนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงรุกและตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนยิ่งขึ้น
- ควรส่งเสริมให้นักศึกษามีโอกาสบูรณาการการทำงานสร้างสรรค์ร่วมกับศาสตร์อื่น ๆ (Cross-disciplinary) เพื่อขยายมุมมองและยกระดับคุณภาพของผลงานนวัตกรรมให้มีความหลากหลายและตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
-  ผลการประเมินอาจารย์ที่ปรึกษารายบุคคล 
- ควรแสดงผลประเมินค่าร้อยละสัมฤทธิผลการเรียนรู้รายทักษะ รายกิจกรรม

 

[ตัวบ่งชี้ 3.3] ผลที่เกิดกับนักศึกษา

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง
การคงอยู่
ร้อยละอัตราคงอยู่ ในปีการศึกษา 2566
ร้อยละ 100.00
ร้อยละอัตราคงอยู่ ในปีการศึกษา 2567
ร้อยละ 96.43
ร้อยละอัตราคงอยู่ ในปีการศึกษา 2568
ร้อยละ 53.23
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- นักศึกษาใหม่ในปีการศึกษา 2568 ยังมีอัตราการคงอยู่ที่ดี ระบบอาจารย์ที่ปรึกษามีส่วนช่วยในการวางแผนและสร้างความเข้าใจในการลงทะเบียนตามโครงสร้างหลักสูตรได้ดี
- หลักสูตรมีความโปร่งใสและมีการบันทึกสถิติตัวเลขอัตราการคงอยู่ของนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง (ปีการศึกษา 2566-2568) ทำให้คณะกรรมการหลักสูตรสามารถมองเห็นความผันผวน ตระหนักถึงปัญหาเชิงตัวเลข และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางแก้ไขได้อย่างชัดเจน
- หลักสูตรควรสร้างเกณฑ์หรือเครื่องมือในการคัดกรองนักศึกษาที่มีความเสี่ยงต่อการออกกลางคันตั้งแต่เนิ่น ๆ (เช่น สังเกตจากผลการเรียน การเข้าเรียน หรือปัญหาการปรับตัว) เพื่อให้สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือได้ทันท่วงทีก่อนที่นักศึกษาจะตัดสินใจพ้นสภาพหรือย้ายสาขา

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- ควรเสริมสร้างการสนับสนุนและการติดตามผลของนักศึกษาที่มีแนวโน้มที่จะลาออกหรือล้มเหลวในช่วงกลางหลักสูตร เช่น การจัดโปรแกรมที่เน้นการให้คำปรึกษาแบบรายบุคคลและการช่วยเหลือนักศึกษาที่มีปัญหาทางวิชาการหรือส่วนตัว การปรับปรุงช่องทางการสื่อสารและการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้จะช่วยเสริมสร้างความผูกพันระหว่างนักศึกษาและหลักสูตร เพิ่มความพึงพอใจและลดอัตราการลาออกในอนาคต
- การคงอยู่ของนักศึกษามีความผันผวนและลดลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในปีการศึกษา 2568 ที่ลดลงเหลือเพียง 32.26% ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาการออกกลางคัน (Dropout) การย้ายสาขา หรือการพ้นสภาพที่สูงมาก และยังขาดกลไกการป้องกันเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งปัญหาก่อนที่นักศึกษาจะตัดสินใจพ้นสภาพ
        ดังนั้น หลักสูตรควรพัฒนากลไกการติดตามตัวชี้วัดความเสี่ยงรายบุคคลอย่างเป็นระบบ เช่น ผลการเรียนตกต่ำ การขาดเรียนบ่อย หรือสัญญาณความเครียด เพื่อให้สามารถระบุตัวนักศึกษาที่มีความเสี่ยงต่อการออกกลางคันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

 
การสำเร็จการศึกษา
ร้อยละอัตราสำเร็จการศึกษา ในปีการศึกษา 2566
ร้อยละ 53.13
ร้อยละอัตราสำเร็จการศึกษา ในปีการศึกษา 2567
ร้อยละ 67.86
ร้อยละอัตราสำเร็จการศึกษา ในปีการศึกษา 2568
ร้อยละ 32.26
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีการดูแลนักศึกษาผ่านการให้คำปรึกษาที่ใกล้ชิดจากอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด 
- แม้สถิติร้อยละการสำเร็จการศึกษาจะมีแนวโน้มที่ไม่สู้ดีนักหรือยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่จุดเด่นของหลักสูตรคือความโปร่งใสในการจัดเก็บและติดตามข้อมูลสถิติต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทำให้คณะกรรมการหลักสูตรสามารถตระหนักถึงปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แนวทางเสริมเพื่อขับเคลื่อนสถานการณ์ให้ดีขึ้นคือ หลักสูตรควรเร่งนำระบบติดตามความก้าวหน้าทางการศึกษามาใช้อย่างจริงจัง ร่วมกับการจัดทำแผนการเรียนรายบุคคล (Individual Study Plan) สำหรับนักศึกษาที่อยู่ในช่วงใกล้สำเร็จการศึกษา พร้อมทั้งเพิ่มกลไกการให้คำปรึกษาและการสนับสนุนเชิงรุกจากอาจารย์ผู้สอน เพื่อช่วยปลดล็อกปัญหาข้อติดขัดในรายวิชาโครงงานหรือการศึกษาอิสระ และผลักดันให้นักศึกษาสามารถสำเร็จการศึกษาได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- ะบบอาจารย์ที่ปรึกษาในการแนะนำการลงทะเบียนและติดตามผลการเรียนจะช่วยลดปัญหาการตกออกหรือการทำปริญญานิพนธ์ของนักศึกษาให้จบตามเกณฑ์ได้
- จุดที่ควรพัฒนา คือ อัตราการสำเร็จการศึกษาตามเกณฑ์ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำหรือไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งสะท้อนถึงข้อจำกัดในกระบวนการติดตามความก้าวหน้าและการทำโครงงานหรือการศึกษาอิสระของนักศึกษาในชั้นปีสุดท้าย แนวทางปรับปรุงคือหลักสูตรควรเร่งสร้างระบบติดตามความก้าวหน้าเชิงรุกสำหรับนักศึกษาใกล้จบ จัดตั้งกลไกการให้คำปรึกษาพิเศษเพื่อช่วยปลดล็อกอุปสรรคในการทำโครงงานหรือการสะสมหน่วยกิต พร้อมทั้งกำหนดจุดเช็คอิน (Milestones) เป็นระยะเพื่อป้องกันความล่าช้า และช่วยผลักดันให้นักศึกษาสามารถสำเร็จการศึกษาได้ตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ

 
ความพึงพอใจและผลการจัดการข้อร้องเรียนของนักศึกษา
ผลประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาเฉลี่ย ปีการศึกษา 2566
ร้อยละ 4.57
ผลประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาเฉลี่ย ปีการศึกษา 2567
ร้อยละ 4.62
ผลประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาเฉลี่ย ปีการศึกษา 2568
ร้อยละ 4.65
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรสามารถจัดการในการแก้ปัญหาข้อร้องเรียนของนักศึกษาได้อย่างดีและมีระบบ ทำให้มีผลการประเดิมมีแนวโน้มดีขึ้นทุกปี
- จุดเด่นด้านความพึงพอใจและผลการจัดการข้อร้องเรียนคือคะแนนความพึงพอใจของนักศึกษามีแนวโน้มพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีการศึกษา 2568 สูงถึง 4.87 สำหรับทรัพยากรสนับสนุนการเรียนการสอนและ 4.69 ในภาพรวม ประกอบกับการไม่มีรายงานข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการและมีระบบการจัดการข้อร้องเรียนที่มีขั้นตอนชัดเจน แนวทางเสริมเพื่อรักษามาตรฐานและต่อยอดความสำเร็จคือ หลักสูตรควรส่งเสริมช่องทางการสื่อสารและการเปิดรับฟังความคิดเห็นเชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ (เช่น การจัดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนจากนักศึกษา) เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและพัฒนาสิ่งสนับสนุนการเรียนการสอนให้ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- จุดที่ควรพัฒนา คื อแม้จะไม่พบข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการและคะแนนความพึงพอใจจะอยู่ในเกณฑ์สูง แต่หลักสูตรอาจยังขาดกลไกการรับฟังเสียงสะท้อนแบบไม่เป็นทางการ (Informal Feedback) ในเชิงรุก ซึ่งปัญหาหรือข้อเสนอแนะขนาดเล็กอาจยังไม่ถูกสะท้อนขึ้นมา แนวทางปรับปรุงคือหลักสูตรควรเพิ่มช่องทางหรือจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นแบบเปิดใจร่วมกับนักศึกษาอย่างสม่ำเสมอ (เช่น การพูดคุยระยะสั้นระหว่างภาคการศึกษา) เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยนำมาพัฒนาปรับปรุงการให้บริการและสิ่งสนับสนุนการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
คะแนนที่ได้ 3
ผลการประเมิน เฉลี่ยองค์ประกอบที่ 3 (3 ตัวบ่งชี้) คะแนนที่ได้ 3.00 คะแนน

องค์ประกอบที่ 4 อาจารย์

[ตัวบ่งชี้ 4.1] การบริหารและพัฒนาอาจารย์

คะแนนที่ได้ 3
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง
ระบบการรับและแต่งตั้งอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- พบว่ามี จุดเด่น คือ หลักสูตรมีระบบและกลไกการคัดเลือกและแต่งตั้งที่ชัดเจนและสอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 โดยมีการพิจารณาคุณสมบัติผ่านคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นขั้นตอนจากสถาบัน ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในด้านศักยภาพและความพร้อมของผู้นำหลักสูตร

ทั้งนี้มี แนวทางเสริม คือ หลักสูตรควรเร่งจัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) และแผนพัฒนาผู้นำทางวิชาการ (Academic Leadership Development) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเตรียมความพร้อมให้อาจารย์ที่มีศักยภาพได้เรียนรู้ระบบงานบริหารและสามารถเข้ามาสานต่อภารกิจหลักสูตรได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรสามารถรายงานผลการดำเนินการในการรับอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรใหม่ การกำหนดภาระหน้าที่ รวมถึงการปฐมนิเทศอาจารย์ท่านใหม่
- จุดที่ควรพัฒนา คือ ระบบการรับและแต่งตั้งอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรยังคงให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานเชิงเอกสารเป็นหลัก แต่ยังขาดการบูรณาการเข้ากับ แผนการบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์ (Strategic Human Resource Plan) เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรในระยะยาว แนวทางปรับปรุงคือหลักสูตรควรจัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) ที่เป็นรูปธรรม โดยกำหนดเกณฑ์สมรรถนะที่ต้องการนอกเหนือจากวุฒิการศึกษาตามเกณฑ์ เช่น ทักษะด้านการบริหารจัดการหลักสูตร การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับนานาชาติ และความเป็นผู้นำทางวิชาการ เพื่อให้อาจารย์ที่ได้รับการแต่งตั้งมีศักยภาพในการขับเคลื่อนหลักสูตรให้ก้าวไปสู่ทิศทางที่กำหนดไว้อย่างยั่งยืน

 
ระบบการบริหารอาจารย์:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- มีการกำหนดภาระงานช่วยบริหารหลักสูตรที่เป็นระบบ แบ่งความรับผิดชอบชัดเจน
- มีการประชุมหลักสูตรเพื่อให้อาจารย์ทุกท่านมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย การจัดกิจกรรม รวมถึงการจัดหาสิ่งสนับสนุนการเรียนการสอนอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี
- มีการส่งเสริมการบริการวิชาการกับหน่วยงานภายนอก เพื่อได้ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นรวมถึงเป็นการพัฒนาตนเองทางทักษะวิชาชีพ

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- ควรพิจารณาพัฒนากระบวนการประเมินผลการบริหารอาจารย์ให้มีความชัดเจนและมีการติดตามผลในแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การบริหารภาระงานและการพัฒนาบุคลากรสามารถปรับปรุงได้อย่างเหมาะสม
- จุดที่ควรพัฒนาในระบบการบริหารอาจารย์ คือ การจัดสรรและติดตามภาระงานสอนและการปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ของอาจารย์ยังขาดความยืดหยุ่นและการประเมินภาระงานเชิงลึกในบางช่วงเวลา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสมดุลระหว่างภาระงานสอน ภาระงานบริหาร และการพัฒนาผลงานวิชาการ แนวทางปรับปรุงคือ หลักสูตรควรทบทวนและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาระงานของอาจารย์ให้มีความสมดุลและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจัดให้มีระบบติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนทรัพยากรและเวลาให้อาจารย์สามารถสร้างสรรค์ผลงานวิชาการ งานวิจัย หรือพัฒนาการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มศักยภาพ

 
ระบบการส่งเสริมและพัฒนาอาจารย์ให้มีคุณภาพทั้งด้านความรู้ ความสามารถในเนื้อหาวิชาที่รับผิดชอบ สามารถก้าวทันวิทยาการสมัยใหม่ มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ การวิจัย และการพัฒนาศาสตร์ในสาขาวิชาที่รับผิดชอบ:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- มีการส่งเสริมให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรมีการพัฒนาตนเองทั้งทางวิชาการและวิชาชีพ
- อาจารย์ทุกท่านในหลักสูตรมีการเผยแพร่ผลงานวิชาการลักษณะงานสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติ

- หลักสูตรมีจุดเด่นด้านระบบและกลไกการส่งเสริมและพัฒนาอาจารย์อย่างเป็นรูปธรรมผ่านแผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล (IDP) และการสนับสนุนให้อาจารย์เข้าร่วมอบรม ประชุมวิชาการ หรือพัฒนาทักษะทางวิชาการเพื่อก้าวทันวิทยาการสมัยใหม่และการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน
- ส่วนแนวทางเสริมคือ หลักสูตรควรสนับสนุนให้อาจารย์นำองค์ความรู้จากการพัฒนาตนเองไปต่อยอดบูรณาการกับการทำวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ร่วมกับนักศึกษาและเครือข่ายภายนอกให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพผลงานวิชาการและเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาศาสตร์ของสาขาวิชาให้เกิดความยั่งยืน

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- ควรส่งเสริมการพัฒนาอาจารย์ในด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร เพื่อสามารถนำไปพัฒนานักศึกษาให้มีความทันสมัยตามวิทยาการสมัยใหม่
- จุดที่ควรพัฒนา คือ การสนับสนุนการสร้างผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในระดับนานาชาติ หรือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยกับสถาบันภายนอกยังคงมีข้อจำกัด เนื่องจากอาจารย์ประจำมีภาระงานสอนและภาระงานบริหารในหลักสูตรที่ค่อนข้างหนาแน่น
- แนวทางปรับปรุงคือ หลักสูตรควรจัดระบบบริหารจัดการภาระงานของอาจารย์ให้มีความสมดุล พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการสนับสนุนทั้งด้านเวลา งบประมาณ และการสร้างแรงจูงใจให้อาจารย์สามารถทุ่มเทให้กับการทำวิจัย การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการพัฒนาศาสตร์ในสาขาวิชาให้ก้าวทันวิทยาการสมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)

[ตัวบ่งชี้ 4.2] คุณภาพอาจารย์

4.2.1 ร้อยละของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรที่มีคุณวุฒิปริญญาเอก
ข้อมูลพื้นฐาน ผลการประเมิน
จำนวนยืนยัน กรรมการ
[1] จำนวนอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทั้งหมด 5 5.00
[2] จำนวนอาจารย์ที่มีคุณวุฒิปริญญาเอก 2
[3] ร้อยละที่ได้
[3] = [2] X 100 / [1]
40.00
[4] ผลลัพธ์ที่ได้
[4] = [3] X 5 / 20
5.00
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีจุดเด่นสำคัญ คือ การมีสัดส่วนอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกสูงและเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในด้านศักยภาพและความพร้อมของหลักสูตรในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ

- สำหรับแนวทางเสริมคือ หลักสูตรควรส่งเสริมการนำความเชี่ยวชาญจากคุณวุฒิปริญญาเอกของอาจารย์ไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานวิจัยหรือนวัตกรรมในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานและเพิ่มพูนความเป็นเลิศทางวิชาการให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของวิทยาการสมัยใหม่ รวมทั้งสนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการเพื่อยกระดับผลงานวิจัยให้เกิดผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างยิ่งขึ้น

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- จุดที่ควรพัฒนาคือ แม้หลักสูตรจะมีสัดส่วนอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกครบถ้วนตามเกณฑ์มาตรฐาน แต่ยังจำเป็นต้องยกระดับศักยภาพของบุคลากรให้ก้าวหน้าไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการที่เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับสูง

- แนวทางปรับปรุงคือ หลักสูตรควรสนับสนุนให้อาจารย์ดำเนินงานวิจัยเชิงลึกหรือทำวิจัยร่วมกับเครือข่ายสถาบันชั้นนำระดับนานาชาติ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงการส่งเสริมให้อาจารย์พัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้นำทางวิชาการ (Academic Leader) ในสาขาที่รับผิดชอบ เพื่อนำองค์ความรู้ระดับสูงมาถ่ายทอดและบ่มเพาะศักยภาพนักศึกษาให้ก้าวทันวิทยาการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

 
4.2.2 ร้อยละของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
ข้อมูลพื้นฐาน ผลการประเมิน
จำนวนยืนยัน กรรมการ
[1] จำนวนอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทั้งหมด 5 1.67
[2] ไม่มีตำแหน่งทางวิชาการ [อาจารย์] 4
[3] ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ 1
[4] ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ 0
[5] ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ 0
[6] ดำรงตำแหน่งทางวิชาการทั้งหมด
[6] = [3] + [4] + [5]
1
[7] ร้อยละที่ได้
[7] = [6] X 100 / [1]
20.00
[8] ผลลัพธ์ที่ได้
[8] = [7] x 5 / 60
1.67
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีผลงานสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติจำนวนมาก สามารถสนับสนุนให้อาจารย์นำมาพัฒนาในการขอตำแหน่งทางวิชาการในระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ให้มากขึ้นได้
- จุดเด่น คือ หลักสูตรมีบุคลากรที่มีตำแหน่งทางวิชาการซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการวางมาตรฐานวิชาการและสามารถทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงทางวิชาการให้แก่คณาจารย์ท่านอื่นในหลักสูตรได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น หลักสูตรควรสร้างระบบพี่เลี้ยง (Mentorship System) โดยให้อาจารย์ที่มีตำแหน่งทางวิชาการช่วยเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำแก่คณาจารย์ที่ยังไม่มีตำแหน่ง พร้อมทั้งสนับสนุนทรัพยากร เวลา และงบประมาณให้อาจารย์เร่งผลิตผลงานวิจัยหรือผลงานวิชาการที่มีคุณภาพเพื่อยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการให้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมตามแผนพัฒนาบุคลากรของหลักสูตร

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- การพัฒนาอาจารย์ในด้านตำแหน่งทางวิชาการควรได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มสัดส่วนของอาจารย์ที่มีตำแหน่งทางวิชาการสูงขึ้น
- จุดที่ควรพัฒนา คือ สัดส่วนคณาจารย์ที่มีตำแหน่งทางวิชาการอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ (ร้อยละ 20) ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดต่อการสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการและการขับเคลื่อนคุณภาพหลักสูตรให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง แนวทางปรับปรุงคือ หลักสูตรควรจัดทำแผนปฏิบัติการผลิตผลงานวิชาการเชิงรุก (Roadmap) โดยกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับคณาจารย์แต่ละคนในการยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการ พร้อมจัดตั้งระบบพี่เลี้ยง (Mentorship System) เพื่อให้คำปรึกษาและตรวจสอบคุณภาพผลงานก่อนเผยแพร่ อีกทั้งควรมีการบริหารจัดการภาระงานที่เอื้อให้อาจารย์ที่เตรียมตัวขอตำแหน่งฯ สามารถทุ่มเทเวลาให้กับการทำวิจัยหรือผลงานวิชาการได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมถึงการให้รางวัลหรือแรงจูงใจเพื่อเร่งเพิ่มจำนวนคณาจารย์ที่มีตำแหน่งทางวิชาการให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสากล

 
4.2.3 ผลงานทางวิชาการของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
จำนวนผลงานทางวิชาการตามค่าถ่วงน้ำหนัก
ค่าถ่วงน้ำหนัก 0.20 0.40 0.60 0.80 1.00
จำนวนผลงาน (ชิ้น) 0 0 0 0 0
จำนวนผลงานสร้างสรรค์ตามค่าถ่วงน้ำหนัก
ค่าถ่วงน้ำหนัก 0.20 0.40 0.60 0.80 1.00
จำนวนผลงาน (ชิ้น) 0 0 0 0 0
ข้อมูลพื้นฐาน ผลการประเมิน
จำนวนยืนยัน กรรมการ
[1] ผลรวมถ่วงน้ำหนักที่ได้ 0.00 0.00
[2] จำนวนอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทั้งหมด 5
[3] ร้อยละที่ได้
[3] = [1] X 100 / [2]
0.00
[4] ผลลัพธ์ที่ได้
[4] = [3] X 5 / 20
0.00
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
-
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- ผลงานนับตามปีปฎิทิน (นับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 - 31 ธันวาคม พ.ศ.2568) 
 
รายการหลักฐาน ตัวบ่งชี้ 4.2 คุณภาพอาจารย์
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ตัวบ่งชี้ 4.2 คุณภาพอาจารย์ คะแนนที่ได้ 2.22 คะแนน

[ตัวบ่งชี้ 4.3] ผลที่เกิดกับอาจารย์

หมายเหตุ :
(1) ยกเว้นกรณี การเกษียณอายุงาน และการเสียชีวิต
(2) หากรายชื่อมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากปรับเข้าเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร พ.ศ. 2565 ให้ถือว่าอัตราการคงอยู่ครบในปีการศึกษาแรกที่ปรับเข้าเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร พ.ศ. 2565
(3) หากรายชื่อที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบท่านใหม่ต้องมีประสบการณ์ร่วมบริหารหลักสูตรมาไม่น้อยกว่า 9 เดือน (ต้องมีหลักฐานรายงานการประชุมภาควิชาหรือการประชุมหลักสูตร)
(4) หากคะแนนความพึงพอใจของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรต่อการบริหารหลักสูตร เฉลี่ยของแต่ละปีการศึกษาที่นำมาวิเคราะห์แนวโน้มอยู่ในช่วงคะแนน 4.51 - 5.00 คะแนน ถือว่าแนวโน้มดี
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง
การคงอยู่ของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
ร้อยละอัตราคงอยู่ ในปีการศึกษา 2566
ร้อยละ 100.00
ร้อยละอัตราคงอยู่ ในปีการศึกษา 2567
ร้อยละ 100.00
ร้อยละอัตราคงอยู่ ในปีการศึกษา 2568
ร้อยละ 100.00
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- มีการปรับรายชื่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเพื่อทดแทนท่านเดิมที่ย้ายหลักสูตรตามกรอบเวลา และเสนอสภามหาวิทยาลัยรับรอง
- จุดเด่น คือ หลักสูตรมีความมั่นคงและเสถียรภาพสูงในด้านบุคลากร เนื่องจากอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่องตลอดรอบระยะเวลาของหลักสูตรตามเกณฑ์มาตรฐาน ไม่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงหรือโยกย้ายกะทันหัน ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการบุคลากรและความผูกพันต่อองค์กร ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายและการจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง

แนวทางเสริมคือ หลักสูตรควรจัดทำระบบการจัดการความรู้ (Knowledge Management) และคู่มือการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารหลักสูตร พร้อมทั้งสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อการเติบโตทางวิชาการ เพื่อรักษาความต่อเนื่องและเตรียมความพร้อมในการถ่ายทอดภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
จุดที่ควรพัฒนา คือ ถึงแม้หลักสูตรจะมีความมั่นคงสูงและรักษาอัตราการคงอยู่ของอาจารย์ผู้รับผิดชอบได้เต็มเกณฑ์ แต่ยังควรมีการเตรียมความพร้อมในมิติของแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การเกษียณอายุหรือการโยกย้ายบุคลากร

แนวทางปรับปรุงคือ หลักสูตรควรจัดทำแผนบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงรุก พร้อมทั้งส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพของอาจารย์รุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการเรียนรู้ระบบงานและพร้อมรับช่วงต่อภารกิจสำคัญของหลักสูตรได้อย่างราบรื่น เพื่อรักษาเสถียรภาพและความต่อเนื่องในการบริหารจัดการหลักสูตรในระยะยาวอย่างยั่งยืน

 
ความพึงพอใจของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรที่มีต่อการบริหารหลักสูตร
ความพึงพอใจ ในปีการศึกษา 2566 ร้อยละ 4.97
ความพึงพอใจ ในปีการศึกษา 2567 ร้อยละ 4.49
ความพึงพอใจ ในปีการศึกษา 2568 ร้อยละ 4.52
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรมีความพึงพอใจต่อการบริหารหลักสูตรในระดับที่สูงมากและมีความเสถียรต่อเนื่องตลอดช่วงปี 2566–2568 โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับดีเยี่ยม (สูงสุดใน ปี 2566 ที่ 4.97 และคงตัวในระดับ 4.49–4.52 ในปี 2567–2568 โดยเฉพาะด้านการบริหารอาจารย์ที่เคยได้รับคะแนนเต็ม 5.00) สะท้อนถึงประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และระบบบริหารจัดการภายในหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคณาจารย์ได้อย่างยอดเยี่ยม

หลักสูตรควรรักษาระบบการสื่อสารและช่องทางการรับฟังความคิดเห็นของคณาจารย์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งนำผลการประเมินและความคิดเห็นย่อยในแต่ละด้านมาทบทวนและต่อยอด เพื่อปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการให้มีความยืดหยุ่น ทันต่อสถานการณ์ และช่วยรักษาระดับความพึงพอใจให้อยู่ในเกณฑ์สูงอย่างยั่งยืนต่อไป

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- แม้คะแนนความพึงพอใจโดยรวมของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรจะยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่เมื่อพิจารณาแนวโน้มพบว่าคะแนนเฉลี่ยปรับตัวลดลงจากปี 2566 (4.97) มาอยู่ที่ระดับ 4.49 ในปี 2567 และ 4.52 ในปี 2568 โดยเฉพาะ ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาจารย์ให้มีคุณภาพก้าวทันวิทยาการสมัยใหม่และการวิจัย ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด (4.46) ในช่วงปี 2567–2568 สะท้อนให้เห็นว่าระบบการสนับสนุนด้านการพัฒนาศักยภาพเชิงวิชาการและการวิจัยยังคงต้องได้รับการยกระดับเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของคณาจารย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

หลักสูตรควรจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเชิงลึก (Focus Group หรือการสำรวจความต้องการจำเป็น) จากคณาจารย์ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยและข้อจำกัดที่ส่งผลต่อระดับความพึงพอใจในแต่ละด้าน พร้อมทั้งปรับปรุงและเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดสรรทรัพยากร งบประมาณ และเวลาสนับสนุนการทำวิจัย การพัฒนาสื่อ/นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ รวมถึงการส่งเสริมให้อาจารย์ได้เข้าร่วมพัฒนาศักยภาพกับสถาบันหรือเครือข่ายชั้นนำอย่างตรงจุด เพื่อสร้างความพึงพอใจและแรงจูงใจในการปฏิบัติงานให้กลับมาอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
คะแนนที่ได้ 3
ผลการประเมิน เฉลี่ยองค์ประกอบที่ 4 (3 ตัวบ่งชี้) คะแนนที่ได้ 2.74 คะแนน

องค์ประกอบที่ 5 หลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผู้เรียน

[ตัวบ่งชี้ 5.1] สาระของรายวิชาในหลักสูตร

19
16
84.21
คะแนนที่ได้ 3
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง
การออกแบบหลักสูตร และสาระรายวิชาในหลักสูตรที่ปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน มีหลักสูตรหรือรายวิชาที่เป็นความร่วมมือกับสถานประกอบการ
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการเขียนบทและการกำกับภาพยนตร์และซีรีส์ มี มีการออกแบบหลักสูตรและสาระรายวิชาที่ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและอุตสาหกรรมสื่อ มีการกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร PLO ผลลัพธ์การเรียนรู้รายชั้นปี YLO และผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา CLO ครบถ้วน ตรงตามข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้เสียในการออกแบบหลักสูตร
- หลักสูตรฯ มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในกระบวนการเรียนการสอนจำนวน 3 รายวิชา ซึ่งทั้งหมดจะเป็นในส่วนของรายวิชาเขียนบทซึ่งเป็นสาระสำคัญหลักของหลักสูตรฯ   
- หลักสูตรได้มีการออกแบบสาระรายวิชาให้มีความทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนควบคู่ไปกับทิศทางของตลาดงานปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือกับสถานประกอบการและเครือข่ายวิชาชีพทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างที่ชัดเจนในการนำความร่วมมือมาใช้ในรายวิชา ได้แก่ การดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนและเปิดรายวิชาร่วมกับ Jilin Animation Institute (ประเทศจีน) การจัดอบรมเทคโนโลยีการถ่ายภาพและสื่อร่วมกับ Canon ประเทศไทย รวมไปถึงการศึกษาเรียนรู้จากองค์กรวิชาชีพในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่าง Rain Maker ซึ่งความร่วมมือเหล่านี้ช่วยปรับปรุงสาระรายวิชาให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง ทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะที่ทันต่อยุคสมัยและตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจอย่างแท้จริง

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- ควรแสดงถึงความร่วมมือกับสถานประกอบการ หรือองค์กรวิชาชีพในด้านความร่วมมือในการเรียนการสอนของหลักสูตร สามารถระบุรายวิชาที่ให้นักศึกษาเรียนรู้ประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการหรือกิจกรรมนอกหลักสูตรได้
- ควรเพิ่มทักษะการใช้ AI ในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตภาพยนตร์หรือซีรีย์ ก็จะทำให้กระบวนการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรฯ มีความโดดเด่นเพิ่มมากขึ้น
- พบประเด็นความผิดปกติของการจัดการเรียนการสอนในกลุ่มรายวิชาเชิงปฏิบัติการและโครงงานขั้นสูง ได้แก่ รายวิชา FWD 489 (การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ) FWD 492 (ปริญญานิพนธ์) และ FWD 493 (สหกิจศึกษา) ซึ่งมีนักศึกษาจำนวนหนึ่งได้ผลการเรียนเป็น IP (In Progress) เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการทำงานหรือยังไม่สามารถส่งรายงานเล่มสมบูรณ์ได้ทันตามกรอบเวลาของภาคการศึกษา

 
มีการกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 ที่ครอบคลุมผลลัพธ์ผู้เรียนทั้ง 3 ด้าน (Learner Person, Innovative Co-Creator, Active Citizen) ตามวิสัยทัศน์และจุดเน้นของหลักสูตร
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- มีการกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 ที่ครอบคลุมผลลัพธ์ผู้เรียนทั้ง 3 ด้าน (Learner Person, Innovative Co-Creator, Active Citizen) ตามวิสัยทัศน์และจุดเน้นของหลักสูตร ตามรายวิชาที่เปิดสอนในแต่ละชั้นปี
- หลักสูตรได้มีการกำหนดและประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 อย่างชัดเจน โดยครอบคลุมค่านิยมและผลลัพธ์ผู้เรียนทั้ง 3 ด้านอย่างครบถ้วน ซึ่งสะท้อนผ่านผลการประเมินคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษา ได้แก่ ด้านผู้เรียนรู้ (Learner Person) มีผลการประเมิน 4.72 คะแนน ด้านผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-Creator) 4.64 คะแนน และด้านผู้มีความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) 4.59 คะแนน ผลการประเมินที่อยู่ในระดับสูงนี้ (คะแนนเฉลี่ยรวม 4.65) แสดงให้เห็นว่าหลักสูตรมีการออกแบบสาระรายวิชาและกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่สอดรับกับวิสัยทัศน์และจุดเน้นของหลักสูตร ในการมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานอุดมศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- ผลจากการออกแบบหลักสูตรควรมีการใส่ข้อมูลสะท้อนจากผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งจากสถานประกอบการและศิษย์เก่า เพื่อแสดงถึงความทันสมัยของหลักสูตร
- ควรเพิ่มรายวิชาที่มีการกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 ที่ครอบคลุมผลลัพธ์ผู้เรียนทั้ง 3 ด้าน ในชั้นปี 1 ถึงปี 3 เพื่อสามารถวัดผลและประเมินได้ครอบคลุมทุกด้าน

- จากการวิเคราะห์ผลการประเมินคุณลักษณะของผู้เรียน พบว่าในด้าน "ผู้มีความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen)" มีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด (4.59 คะแนน) เมื่อเปรียบเทียบกับด้านอื่นๆ (แม้ว่าภาพรวมจะยังจัดอยู่ในเกณฑ์ระดับดีมากก็ตาม)
แนวทางปรับปรุง คือ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรมีแนวทางที่จะนำผลการประเมินในส่วนนี้ ไปใช้วางแผนจัดกิจกรรมและปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนการสอน โดยมุ่งเน้น + ส่งเสริมและปลูกฝังให้นักศึกษามีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมมากยิ่งขึ้น ทั้งยังต้องสร้างความตระหนักรู้ในการเคารพความแตกต่างหลากหลายในสังคม รวมทั้งส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาชีพ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

 
การปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยตามความก้าวหน้าในศาสตร์สาขานั้นๆ และเชื่อมโยงกับการนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีการปรับปรุงเนื้อหาและวิธีการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทันสมัยและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสื่อและความต้องการของอุตสาหกรรม
- หลักสูตรได้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงสาระรายวิชาให้มีความทันสมัยและก้าวทันความก้าวหน้าของศาสตร์ในยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันถึง 16 รายวิชา จากทั้งหมด 19 รายวิชา ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ChatGPT เครื่องมือดิจิทัล และแพลตฟอร์มออนไลน์ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง เช่น การเขียนบท การสร้างสรรค์เนื้อหา และการผลิตสื่อ การปรับตัวดังกล่าวทำให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ในห้องเรียนไปสู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และพร้อมตอบสนองต่อความต้องการของตลาดงานในอุตสาหกรรมวิชาชีพปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่น คือ การปรับตัวที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรม: หลักสูตรมีความตื่นตัวสูงในการปรับกระบวนการเรียนการสอนให้ทันต่อพลวัตของโลกปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมรายวิชาในสัดส่วนที่สูงมาก (ร้อยละ 84.21) และมีการนำเทคโนโลยีที่กำลังเป็นกระแสหลักและเป็นที่ต้องการของภาคธุรกิจ (เช่น AI และ ChatGPT) มาผสมผสานกับการเรียนการสอนภาคปฏิบัติ ทำให้นักศึกษาได้ฝึกฝนทักษะที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง

แนวทางเสริม คือ ควรผลักดันและสนับสนุนการปรับกระบวนการเรียนการสอนให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงครอบคลุมให้ครบทุกรายวิชาในหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง และควรนำความร่วมมือจากองค์กรหรือสถานประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ (เช่น องค์กรด้านสื่อดิจิทัล หรือ AI) เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์จริงให้นักศึกษาอย่างลึกซึ้ง

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรควรแสดงถึงการใช้เทคโนโลยีในรายวิชาที่มีการปรับปรุงจากปีการศึกษาที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นถึงความหลากหลายของกลุ่มวิชา
- แม้ว่าหลักสูตรจะมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนให้มีความทันสมัยในสัดส่วนที่สูง (16 จาก 19 รายวิชา) แต่ยังคงมีรายวิชาบางส่วนที่ยังไม่ได้บูรณาการความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหรือปรับกระบวนการให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การประยุกต์ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ (เช่น AI) ในรายวิชาต่างๆ อย่างแพร่หลาย จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทการใช้งานที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวิชาชีพอย่างรัดกุม

ดังนั้น คณะกรรมการบริหารหลักสูตรควรผลักดันและสนับสนุนให้อาจารย์ผู้สอนทบทวนและปรับกระบวนการเรียนการสอนให้ก้าวทันศาสตร์ใหม่ๆ ให้ครอบคลุมครบทั้ง 19 รายวิชา เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะที่ทันสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ และควรมีการสอดแทรกเนื้อหาด้านจรรยาบรรณวิชาชีพและจริยธรรมในการใช้เครื่องมือดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทุกรายวิชาที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมีความรับผิดชอบ

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)

[ตัวบ่งชี้ 5.2] การวางระบบผู้สอน และกระบวนการจัดการเรียนการสอน

คะแนนที่ได้ 3
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง
การกำหนดผู้สอน
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรฯ มีการวางระบบการกำหนดผู้สอนที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงคุณสมบัติและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของผู้สอนในแต่ละรายวิชา รวมทั้งยังมีการใช้ผลประเมินการสอนเพื่อปรับปรุงและพัฒนาอาจารย์ที่มีผลการสอนต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งแสดงถึงเป้าหมายของการพัฒนาคุณภาพการสอน
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการวางระบบและกลไกการกำหนดอาจารย์ผู้สอนอย่างเป็นระบบและโปร่งใส โดยพิจารณาจัดสรรภาระงานสอนตามคุณวุฒิ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ตรงที่สอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา (CLOs) ควบคู่กับการมีระบบอาจารย์ผู้สอนร่วม (Co-teaching) หรือการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมมาร่วมสอนเพื่อเพิ่มมุมมองเชิงปฏิบัติจริง สำหรับแนวทางเสริม ควรมีการประเมินสมรรถนะและความพร้อมของอาจารย์อย่างต่อเนื่อง นำผลการประเมินการสอนและความพึงพอใจของผู้เรียนมาใช้วางแผนพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน (Upskill/Reskill) ของผู้สอนเชิงรุก พร้อมทั้งจัดทำแผนสร้างและพัฒนาอาจารย์รุ่นใหม่ (Succession Plan) ในรายวิชาแกนสำคัญ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของหลักสูตรและรักษามาตรฐานคุณภาพการจัดการเรียนการสอนได้อย่างยั่งยืน

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรควรมีการรายงานการกำหนดผู้สอนโดยแบ่งตามประสบการณ์หรือความถนัดในวิชาชีพ ของผู้สอนที่เป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร รวมถึงอาจารย์พิเศษ
- มีการรายงานภาระงานสอนของผู้รับผิดชอบหลักสูตรทุกท่าน เพื่อให้เห็นภาพรวมการจัดการบริหารหลักสูตร
- รายงานการอบรมหรือพัฒนาทักษะทางวิชาชีพของผู้สอนเพื่อวางแนวทางในการกำหนดผู้สอนเพื่อให้ได้ผลลัพท์ตาม PLO ของหลักสูตร

- จุดที่ควรพัฒนา คือ ในรายวิชาที่จำเป็นต้องใช้อาจารย์พิเศษหรือผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก จำเป็นต้องมีกลไกการประสานงานและกำกับดูแลร่วมกับอาจารย์ประจำอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้มาตรฐานการจัดการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลสอดคล้องกับผลลัพธ์การเรียนรู้ที่หลักสูตรกำหนด

แนวทางปรับปรุง คือ จัดให้มีการประชุมชี้แจงแนวทางการจัดการเรียนการสอน เกณฑ์การประเมินผล (RQF.3 และ RQF.5) และจัดอาจารย์ประจำหลักสูตรร่วมรับผิดชอบในรายวิชาที่มีอาจารย์พิเศษ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนอย่างเป็นระบบตลอดภาคการศึกษา
 

การกำกับ ติดตาม และตรวจสอบการจัดทำแผนการเรียนรู้ (RQF3 และRQF4) และการจัดการเรียนการสอน
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการวางระบบและกลไกการกำกับ ติดตาม และตรวจสอบการจัดทำแผนการเรียนรู้ (RQF3/RQF4) อย่างเป็นขั้นตอนและเป็นไปตามกรอบเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยมีการประชุมอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและอาจารย์ผู้สอนเพื่อร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ความทันสมัยของเนื้อหา และความสอดคล้องของกลยุทธ์การสอนและการประเมินผลให้ตรงตามผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา (CLOs) ก่อนเปิดภาคการศึกษา ควบคู่กับการติดตามกระบวนการจัดการเรียนการสอนและประเมินผลการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สำหรับแนวทางเสริม ควรส่งเสริมการนำผลการประเมินการสอนและข้อเสนอแนะจากผู้เรียน (ผ่านระบบประเมินออนไลน์) รวมถึงผลการประเมินตนเองของผู้สอน (RQF5/RQF6) มาใช้เป็นข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback Loop) ในการปรับปรุงแผนการเรียนรู้ (RQF3/RQF4) ในภาคการศึกษาถัดไปอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ระหว่างคณาจารย์เกี่ยวกับการออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในแผนการสอน เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- ควรเขียนรายงานในรูปแบบ PDCA 
- หลักสูตรควรรายงานผลการติดตามการจัดทำแผนการเรียนรู้ RQF3 และRQF4 อย่างเป็นรูปธรรม เช่นจำนวนร้อยละของการรวบรวมRQF3 ในแต่ละช่วงเวลาก่อนถึงกำหนดส่ง
- มีรายงานการประชุมในการติดตามผลการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคการศึกษา การจัดการอาจารย์พิเศษ หรือวิทยากรพิเศษในรายวิชา

- หลักสูตรยังขาดระบบการกำกับติดตามความตรงต่อเวลาและความสอดคล้องของการจัดทำ RQF3 และ RQF4 ก่อนเปิดภาคการศึกษา รวมถึงการติดตามประเมินผลการจัดการเรียนการสอนระหว่างภาคเรียนยังไม่เป็นรูปธรรม จึงควรพัฒนาแนวทางปรับปรุงโดยกำหนดปฏิทินการส่งและตรวจประเมินแผนการสอนอย่างชัดเจนผ่านระบบสารสนเทศ พร้อมทั้งให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรหรือผู้ทรงคุณวุฒิดำเนินการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา (CLOs) กิจกรรมการเรียนรู้ และเกณฑ์การประเมินผลล่วงหน้า และจัดให้มีกลไกสะท้อนผลการประเมินการสอนระหว่างภาคเรียน เพื่อให้อาจารย์ผู้สอนสามารถปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างทันท่วงที

 
การจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีที่มีการบูรณาการกับการวิจัย การบริการวิชาการทางสังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทย
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- มีการบูรณาการการเรียนการสอนกับการวิจัย การบริการวิชาการทางสังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทย ในรายวิชาต่าง ๆ และเชื่อมโยงสู่ผลที่เกิดกับนักศึกษาคือความรู้ ความสามารถ ทักษะทางวิชาชีพ แล้วนำผลงานของนักศึกษาส่งประกวด
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการออกแบบการจัดการเรียนการสอนที่มีการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับงานวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงงาน รายวิชาปฏิบัติการ และกิจกรรมเสริมหลักสูตร ทำให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะการแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริงและตระหนักถึงคุณค่าทางสังคมวัฒนธรรม ทั้งนี้ มีแนวทางเสริมคือ ควรส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดผลงานวิจัยหรือโครงการบริการวิชาการของนักศึกษาไปสู่การเผยแพร่ การประกวดนวัตกรรม หรือการสร้างประโยชน์เชิงพาณิชย์/ชุมชนในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดระบบติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ของการบูรณาการเชิงคุณภาพ (เช่น การเปลี่ยนแปลงของชุมชนหรือทักษะ Soft Skills ของผู้เรียน) เพื่อนำข้อมูลย้อนกลับมาพัฒนาและปรับปรุงแผนการสอนในรอบปีการศึกษาถัดไปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรควรรายงานการจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีที่มีการบูรณาการกับการวิจัย การบริการวิชาการทางสังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทยให้สอดคล้องกับ YLO PLO ด้วย จะทำให้เห็นภาพความเชื่อมโยงมากขึ้น
- กระบวนการดำเนินงานที่มีการบูรณาการกับการวิจัย การบริการวิชาการทางสังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทยยังมีรายละเอียดไม่ชัดเจน
- จุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง (การบูรณาการการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี)

แม้หลักสูตรจะมีการจัดกิจกรรมบูรณาการการเรียนการสอนเข้ากับการวิจัยสร้างสรรค์ การบริการวิชาการ และโครงการด้านศิลปวัฒนธรรมภายนอกอย่างต่อเนื่อง แต่การเชื่อมโยงโครงการเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา (CLOs) และการตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติในบางรายวิชายังขาดการถอดบทเรียนอย่างเป็นระบบ หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยวางแผนบูรณาการร่วมกันอย่างชัดเจนตั้งแต่ระดับแผนการสอน (RQF3) กำหนดเกณฑ์การประเมินทักษะเชิงปฏิบัติของนักศึกษาจากผลงานวิจัย งานสร้างสรรค์ หรืองานบริการวิชาการให้เป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนให้อาจารย์นำกระบวนการและองค์ความรู้จากการจัดกิจกรรมภาคสนามหรือชุมชนมาต่อยอดเป็นงานวิจัยในชั้นเรียน หรือผลงานวิชาการรับใช้สังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประโยชน์เชิงประจักษ์แก่ผู้เรียนและชุมชนอย่างยั่งยืน
 

ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)

[ตัวบ่งชี้ 5.3] การประเมินผู้เรียน

คะแนนที่ได้ 3
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง
การประเมินผลการเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 และผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 ที่ครอบคลุมผลลัพธ์ผู้เรียนทั้ง 3 ด้าน (Learner Person, Innovative Co-Creator, Active Citizen) ตามวิสัยทัศน์ และจุดเน้นของหลักสูตรตลอดจนมาตรฐานวิชาชีพ (ถ้ามี)
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการวางระบบการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ครอบคลุมมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 ทั้ง 4 ด้าน (ความรู้ ทักษะ จริยธรรม และลักษณะบุคคล) และผลลัพธ์ผู้เรียนตามมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 ทั้ง 3 ด้าน (Learner Person, Innovative Co-Creator, Active Citizen) โดยมีผลการประเมินคุณภาพบัณฑิตจากผู้ใช้บัณฑิตในระดับสูงมาก เฉลี่ยรวม 4.69 คะแนน (ด้านคุณวุฒิ 4.73 คะแนน และด้านผลลัพธ์ผู้เรียน 4.65 คะแนน) ซึ่งสะท้อนความสำเร็จจากการบูรณาการการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ การสร้างสรรค์ผลงานจริง การส่งผลงานประกวดในเวทีระดับชาติ และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ/สหกิจศึกษาที่ตอบโจทย์วิสัยทัศน์ จุดเน้น และมาตรฐานวิชาชีพ สำหรับแนวทางเสริม ควรผลักดันการนำเครื่องมือประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) และเกณฑ์การประเมินเชิงคุณภาพ (Rubrics) มาใช้เชื่อมโยงการวัดผลระดับรายวิชา (CLOs) ไปสู่ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) ให้ชัดเจนในทุกชั้นปี พร้อมทั้งนำข้อมูลป้อนกลับจากผู้ใช้บัณฑิตและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อกำหนดแผนพัฒนาศักยภาพผู้เรียนและปรับปรุงกระบวนการวัดประเมินผลให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรควรแยกผลการประเมินรายวิชาเพื่อแบ่งตามผลการเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 และผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 
- จากการวิเคราะห์ผลการประเมินคุณภาพบัณฑิตตามมาตรฐานการอุดมศึกษา พบว่าด้าน "ผู้มีความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen)" มีผลการประเมินเฉลี่ยต่ำที่สุดอยู่ที่ 4.59 คะแนน รวมถึงผลสะท้อนจากอาจารย์ผู้สอนระบุว่านักศึกษาบางส่วนยังขาดวินัย ความรับผิดชอบในการเข้าชั้นเรียน และการส่งงานตามกำหนดเวลา ขณะที่ข้อวิพากษ์จากผู้ใช้บัณฑิตยังชี้แนะว่านักศึกษาควรเพิ่มความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือผลิตสื่อภาพยนตร์ให้ทันสมัยและพัฒนาทักษะชีวิตควบคู่กับทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น หลักสูตรจึงควรกำหนดแนวทางปรับปรุงโดยเพิ่มเกณฑ์และกลไกการวัดประเมินผลด้านวินัย ความรับผิดชอบ และการตรงต่อเวลาให้ชัดเจนในทุกรายวิชา ออกแบบกิจกรรมการประเมินการเรียนรู้ผ่านการทำงานกลุ่มและภาวะผู้นำ-ผู้ตาม ควบคู่กับการสอดแทรกการวัดและประเมินทักษะการใช้เครื่องมือผลิตสื่อดิจิทัลสมัยใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมเข้าไปในกระบวนการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างเป็นรูปธรรม

 
การตรวจสอบการประเมินผลการเรียนรู้ของนักศึกษา
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
-หลักสูตรมีการกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังรายชั้นปี YLO ที่ชัดเจนและมีระบบประเมินผลการเรียนรู้
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการวางกลไกการติดตามและตรวจสอบผลการเรียนรู้ของนักศึกษาอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นรูปธรรม โดยมีการวิเคราะห์การกระจายตัวของเกรด (Grade Distribution) ในทุกรายวิชาที่เปิดสอนทั้ง 19 รายวิชา พร้อมทั้งมีระบบการตรวจสอบและจำแนกสาเหตุในกลุ่มวิชาที่มีผลการเรียนไม่ปกติ (เกรด IP) เช่น รายวิชาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ (FWD 489) ปริญญานิพนธ์ (FWD 492) และสหกิจศึกษา (FWD 493) เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและติดตามความก้าวหน้าร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการประเมินคุณภาพการสอนผ่านระบบออนไลน์ (ev.rsu.ac.th) ที่ได้คะแนนเฉลี่ย 3.65 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษาก่อนหน้า สำหรับแนวทางเสริม ควรจัดตั้งคณะกรรมการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ระดับหลักสูตรเพื่อสุ่มตรวจข้อสอบ ภาระงาน และเกณฑ์การให้คะแนนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มวิชาก่อนและหลังการตัดเกรดอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งนำผลการทวนสอบและการประเมินย้อนกลับจากผู้เรียนมาใช้เป็นแนวทางพัฒนาเครื่องมือวัดผลและปรับปรุงแผนการเรียนรู้ในรอบปีการศึกษาถัดไปอย่างต่อเนื่อง

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรควรมีแนวทางการประเมินผลการเรียนที่หลากหลายเช่น การใช้การประเมินที่เน้นโครงงาน (project-based assessment) ซึ่งช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกการคิดเชิงวิจารณ์และการแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง 
- ควรเพิ่มความหลากหลายของเครื่องมือในการประเมินผลผู้เรียนที่สามารถวัดทักษะต่างๆ ของนักศึกษาได้หลากหลายมิติมากขึ้น เช่น จากผลการประเมินของสถานประกอบการหรือหน่วยงานที่นักศึกษาไปฝึกงาน หรือสหกิจศึกษา เป็นต้น
- หลักสูตรยังขาดความต่อเนื่องและความเป็นระบบในการดำเนินกระบวนการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทุกรายวิชาและทุกผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs/PLOs) โดยเฉพาะการกำหนดเกณฑ์การประเมินเชิงคุณภาพ และการมีส่วนร่วมของผู้ทรงคุณวุฒิหรือบุคคลภายนอกในคณะกรรมการทวนสอบ จึงมีแนวทางปรับปรุงโดยให้หลักสูตรจัดทำคู่มือและปฏิทินการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนทั้งในระดับรายวิชาและระดับหลักสูตร มีการสุ่มตรวจทานข้อสอบ แฟ้มสะสมงาน และการตัดเกรดเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมทั้งนำผลการทวนสอบและข้อคิดเห็นสะท้อนกลับไปใช้ปรับปรุงเครื่องมือวัดผลและวิธีการจัดการเรียนการสอนในรอบปีการศึกษาถัดไปอย่างเป็นรูปธรรมตามวงจร PDCA

 
การกำกับการประเมินการจัดการเรียนการสอนและประเมินหลักสูตร (RQF5 RQF6 และ RQF7)
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีระบบการกำกับ ติดตาม และประเมินผลที่เป็นรูปธรรม โดยอาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาจัดทำและส่งรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา/ประสบการณ์ภาคสนาม (RQF5/RQF6) และหลักสูตรจัดทำรายงานผลการดำเนินการของหลักสูตร (RQF7) ได้ครบถ้วนตามกรอบเวลาที่กำหนด มีการนำผลการประเมินการเรียนรู้และข้อเสนอแนะของผู้เรียนมาวิเคราะห์สะท้อนปัญหาเพื่อปรับปรุงแผนการสอนอย่างต่อเนื่อง สำหรับแนวทางเสริม ควรยกระดับการนำข้อมูลย้อนกลับเชิงลึกจาก RQF5 และ RQF6 มาสังเคราะห์ร่วมกันในระดับหลักสูตรอย่างเป็นระบบ เพื่อนำข้อค้นพบไปกำหนดเป็นแผนปฏิบัติการปรับปรุงกระบวนการวัดและประเมินผล และพัฒนาหลักสูตรเชิงรุกในรอบปีการศึกษาถัดไปให้ตอบโจทย์ผลลัพธ์การเรียนรู้ (PLOs) อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรฯ ควรมีระบบหรือกระบวนการที่เชื่อมโยงผลการดำเนินงานการกำกับการประเมินการจัดการเรียนการสอน และประเมินหลักสูตร (มคอ.5 มคอ.6 และ มคอ.7) ที่นำไปสู่ระบบการประเมินผลการเรียนรู้ของนักศึกษาทั้งทั้ง 3 ด้าน
- การจัดทำรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา (RQF5) และประสบการณ์ภาคสนาม (RQF6) ในบางรายวิชายังขาดการวิเคราะห์และถอดบทเรียนเชิงลึก โดยเฉพาะการระบุสาเหตุที่ทำให้นักศึกษาได้ผลการเรียนไม่สมบูรณ์ (IP) ในกลุ่มวิชาปฏิบัติการและโครงงาน เช่น FWD 489, FWD 492 และ FWD 493 ตลอดจนการสะท้อนข้อมูลเพื่อนำไปสู่แผนปรับปรุงในรายงานผลการดำเนินการของหลักสูตร (RQF7) ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบครบวงจร หลักสูตรจึงควรกำหนดแนวทางปรับปรุงโดยให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาและอาจารย์ผู้สอนร่วมกันวิเคราะห์ผลการประเมินการเรียนรู้ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากผู้เรียนใน RQF5/RQF6 ให้ชัดเจนและทันตามกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรนำข้อค้นพบดังกล่าวมาสังเคราะห์เชิงภาพรวมลงใน RQF7 เพื่อใช้กำหนดเป็นแผนปฏิบัติการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลในรอบปีการศึกษาถัดไปอย่างเป็นรูปธรรมตามวงจร PDCA

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)

[ตัวบ่งชี้ 5.4] ผลการดำเนินงานหลักสูตรตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565

หมายเหตุ: KPI ให้สอดคล้องและเป็นไปตามที่ระบุใน RQF.2
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
1. อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร และผู้บริหารหลักสูตร อย่างน้อยร้อยละ 80 มีส่วนร่วมในการประชุมเพื่อวางแผน ติดตาม และทบทวนการดำเนินงานหลักสูตร
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีการประชุมอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร และผู้บริหารหลักสูตร 4 ครั้งในปีการศึกษา 2568
- หลักสูตรมีจุดเด่นสำคัญด้านความร่วมมือและความรับผิดชอบร่วมกัน โดยผู้บริหารและอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเข้าร่วมการประชุมเพื่อวางแผน ติดตาม และทบทวนการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอเกินกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 ส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนการบริหารจัดการตามวงจร PDCA และการกำกับติดตามผลลัพธ์การเรียนรู้ (PLOs) ได้อย่างมีทิศทางและต่อเนื่อง

สำหรับแนวทางเสริม ควรต่อยอดด้วยการนำข้อมูลป้อนกลับเชิงลึกจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) และผลการประเมินสมรรถนะผู้เรียนมาใช้วิเคราะห์ในที่ประชุมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนการสอนและการวัดผลให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งพัฒนาระบบติดตามมติที่ประชุมและผลการดำเนินงานแบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการประเมินผลอย่างยั่งยืน

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรควรมีการประชุมเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคการศึกษาที่ 2 
- แม้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรจะเข้าร่วมการประชุมครบถ้วนตามเกณฑ์ แต่การนำมติที่ประชุมไปสู่การปฏิบัติและติดตามผลในบางประเด็นยังขาดความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกเพื่อแก้ไขผลการเรียนค้าง (IP) ในกลุ่มวิชาปฏิบัติการและโครงงาน หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยกำหนดวาระการติดตามความคืบหน้าของมติการประชุมครั้งก่อนอย่างเป็นรูปธรรมทุกรอบการประชุม พร้อมทั้งจัดทำระบบบันทึกและติดตามการดำเนินงานรายบุคคล/รายวิชา เพื่อให้อาจารย์สามารถรายงานผลและแก้ไขปัญหาการจัดการเรียนการสอนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดตามวงจร PDCA

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
2. มีรายละเอียดของหลักสูตร ที่สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการเขียนบทและกากับภาพยนตร์และซีรีส์ เป็นหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2568 โดยได้รับการรับทราบจาก สป.อว. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 69
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการจัดทำและพัฒนาเล่มรายละเอียดของหลักสูตร (RQF.2) ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด ทั้งโครงสร้างหลักสูตร องค์ประกอบรายวิชา คุณสมบัติอาจารย์ และผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์วิชาชีพการเขียนบทและการกำกับภาพยนตร์และซีรีส์


สำหรับแนวทางเสริม ควรมีการทบทวนและปรับปรุงสาระของรายวิชาให้ทันสมัยตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเชื่อมโยงรายละเอียดรายวิชาให้สอดรับกับความต้องการของตลาดงานและสถานประกอบการภายนอก เพื่อให้หลักสูตรมีความยืดหยุ่นและรักษามาตรฐานคุณภาพตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- แม้รายละเอียดของหลักสูตรจะสอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร พ.ศ. 2565 แต่การปรับปรุงรายละเอียดรายวิชาบางส่วนยังต้องเพิ่มความยืดหยุ่นและการบูรณาการทักษะวิชาชีพยุคใหม่ (เช่น การใช้ AI และเทคโนโลยีการผลิตสื่อดิจิทัลขั้นสูง) ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มวิชาอย่างต่อเนื่อง หลักสูตรจึงควรมีแนวทางปรับปรุงโดยจัดให้มีการทบทวนและปรับปรุงสาระรายวิชาอย่างสม่ำเสมอก่อนรอบการปรับปรุงหลักสูตรใหญ่ พร้อมทั้งสำรวจความต้องการของภาคอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสถานประกอบการอย่างเป็นระบบ เพื่อนำมาปรับคำอธิบายรายวิชา แผนการจัดการเรียนรู้ และเกณฑ์การประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs/PLOs) ให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานอย่างแท้จริง
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
3. มีรายละเอียดแผนการจัดการเรียนการสอนรายวิชา และรายละเอียดของประสบการณ์ภาคสนาม (ถ้ามี) ก่อนการเปิดสอนในแต่ละภาคการศึกษาให้ครบทุกรายวิชา
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- ในปีการศึกษา 2568 หลักสูตรมีการดำเนินการรายวิชาและประสบการณ์ภาคสนาม จำนวนทั้งหมด 19 รายวิชา
ซึ่งมีรายละเอียดตามแบบ RQF.3 จำนวน 17 รายวิชา และ รายละเอียดตามแบบ RQF.4 จำนวน 2 รายวิชา

- หลักสูตรมีจุดเด่นในการจัดทำและเผยแพร่รายละเอียดของรายวิชา (มคอ.3) และประสบการณ์ภาคสนาม (มคอ.4) ครบถ้วนทุกรายวิชาก่อนเปิดภาคการศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้อาจารย์ผู้สอนและนักศึกษารับทราบผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs/PLOs) แผนการสอน และเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนล่วงหน้า

ทั้งนี้ แนวทางเสริม เพื่อยกระดับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ควรเพิ่มกระบวนการทบทวน (Peer Review) ความสอดคล้องระหว่างกิจกรรมการเรียนรู้กับการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชาให้เป็นรูปธรรมก่อนประกาศใช้ พร้อมทั้งนำผลการประเมินและความคิดเห็นของผู้เรียนในภาคการศึกษาก่อนหน้ามาใช้ปรับปรุงแผนการจัดการเรียนการสอนแบบ Closed-loop ให้ทันสมัยและตอบโจทย์สมรรถนะผู้เรียนอย่างแท้จริง

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- แม้หลักสูตรจะมีการจัดทำรายละเอียดของรายวิชา (RQF3) และประสบการณ์ภาคสนาม (RQF4) ได้ครบทุกรายวิชา แต่การกำกับติดตามความตรงต่อเวลาและการตรวจสอบความสอดคล้องเชิงลึกระหว่างแผนการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมเชิงรุก (Active Learning) และเกณฑ์การประเมินแบบรูบริกส์ ก่อนเปิดภาคการศึกษาในบางรายวิชายังขาดความสมบูรณ์ จึงควรปรับปรุงโดยกำหนดปฏิทินและระบบแจ้งเตือนการส่ง มคอ.3/มคอ.4 ล่วงหน้าผ่านระบบสารสนเทศ พร้อมให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรดำเนินกระบวนการตรวจประเมินแบบกัลยาณมิตร เพื่อทวนสอบความสอดคล้องของผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs/PLOs) และความพร้อมของแหล่งฝึกประสบการณ์ก่อนเปิดภาคเรียนอย่างเป็นระบบ
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
- หลักสูตรสามารถแนบไฟล์ RQF.3 และ RQF.4 (ถ้ามี) โดยใช้วิธีตาม Link นี้ (วิธีดึง RQF.3-6 จากระบบสมว. https://youtu.be/jib6SwqywgY )
 
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
4. จัดทำรายงานผลการดำเนินการการจัดการเรียนการสอนรายวิชา และรายงานผลการดำเนินการของประสบการณ์ภาคสนาม ภายใน 30 วัน หลังสิ้นสุดภาคการศึกษาที่เปิดสอนให้ครบทุกรายวิชา
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- ในปีการศึกษา 2568 หลักสูตรมีผลการดำเนินการรายวิชาและประสบการณ์ภาคสนาม จำนวน 19 รายวิชาซึ่งมีรายละเอียดตามแบบ RQF.5 และ RQF.6 ภายใน 30 วัน หลังสิ้นสุดภาคการศึกษาที่เปิดสอน ครบทุกรายวิชา โดยมีรายวิชาฝึกประสบการณ์ภาคสนาม 2 รายวิชา
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการวางระบบกำกับติดตามให้อาจารย์ผู้สอนจัดทำและส่งรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา (RQF5) และประสบการณ์ภาคสนาม (RQF6) ได้ครบถ้วนทุกรายวิชาภายในกรอบเวลา 30 วันหลังสิ้นสุดภาคการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดข้อมูลสะท้อนกลับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ที่รวดเร็วและเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน สำหรับแนวทางเสริม ควรส่งเสริมให้อาจารย์ผู้สอนนำผลการวิเคราะห์การประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs) ข้อเสนอแนะจากผู้เรียน และการกระจายตัวของผลการเรียนใน มคอ.6 มาใช้เป็นข้อมูลป้อนกลับในการวางแผนปรับปรุงกลยุทธ์การสอนและการวัดประเมินผลใน RQF3/RQF4 ของภาคการศึกษาถัดไปอย่างเป็นรูปธรรมตามวงจร PDCA เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- แม้หลักสูตรจะมีการส่งรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา (RQF5) และประสบการณ์ภาคสนาม (RQF6) ได้ครบถ้วน แต่การส่งรายงานในบางรายวิชายังมีความล่าช้าเกินกรอบเวลา 30 วันหลังสิ้นสุดภาคการศึกษา และเนื้อหาในส่วนการวิเคราะห์สาเหตุของผลการเรียนที่ค้าง (IP) รวมถึงข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงการสอนยังขาดความลึกซึ้งและไม่ชัดเจน หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำระบบแจ้งเตือนและติดตามกำหนดเวลาการส่งผ่านระบบสารสนเทศของคณะ/มหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรตรวจสอบคุณภาพการบันทึกข้อมูลใน มคอ.5/มคอ.6 ให้มีการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ตาม CLOs และระบุแผนการแก้ไขปัญหาการเรียนการสอนที่เป็นรูปธรรม เพื่อนำไปใช้ปรับปรุง RQF3/RQF4 ในภาคการศึกษาถัดไปได้อย่างแท้จริง
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
- หลักสูตรสามารถแนบไฟล์ RQF.5 และ RQF.6 โดยใช้วิธีตาม Link นี้ (วิธีดึง RQF.3-6 จากระบบสมว. https://youtu.be/jib6SwqywgY )
 
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
5. จัดทำรายงานผลการดำเนินการของหลักสูตร ภายใน 60 วัน หลังสิ้นสุดปีการศึกษา
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรได้จัดทารายงานผลการดำเนินการของหลักสูตร และรายงานต่อคณะ เพื่อดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตร วันที่ 18 สิงหาคม 2569
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการจัดทำและส่งรายงานผลการดำเนินการของหลักสูตร (RQF7) ได้ครบถ้วนและทันตามกรอบเวลา 60 วันหลังสิ้นสุดปีการศึกษาอย่างเป็นระบบ สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพตามวงจร PDCA ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรยกระดับการสังเคราะห์ข้อมูลผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) และข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน RQF7 เพื่อจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจนและนำไปใช้ปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนการสอนในรอบปีการศึกษาถัดไปได้อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- การจัดทำรายงานผลการดำเนินการของหลักสูตร (RQF 7) ในบางประเด็นยังขาดการสังเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการเชื่อมโยงข้อมูลป้อนกลับจากผลการประเมินรายวิชา (RQF 5/RQF 6) ไปสู่การประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) อย่างเป็นระบบครบวงจร หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยกำหนดปฏิทินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลล่วงหน้า พร้อมทั้งจัดประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตรเพื่อร่วมกันถอดบทเรียน สรุปจุดแข็ง-จุดอ่อน และนำข้อค้นพบใน RQF 7 มาจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการปรับปรุงการเรียนการสอน สำหรับปีการศึกษาถัดไปอย่างเป็นรูปธรรมตามกรอบเวลา 60 วันที่กำหนด
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
6. มีการทวนสอบผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่กำหนดในรายวิชา อย่างน้อยร้อยละ 25 ของรายวิชาที่หลักสูตรเปิดสอนในแต่ละปีการศึกษา
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- ในปีการศึกษา 2568 หลักสูตรเปิดทำการสอนจำนวน 19 รายวิชา มีผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่กาหนดใน RQF.3 และ RQF.4 
โดยมีรายวิชาที่ทำการทวนสอบจำนวน 12 วิชา คิดเป็นร้อยละ 63.15
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการดำเนินกระบวนการทวนสอบผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา (CLOs) ได้ครบถ้วนตามเกณฑ์มาตรฐานไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของรายวิชาที่เปิดสอนในแต่ละปีการศึกษา โดยมีคณะกรรมการทวนสอบร่วมตรวจสอบข้อสอบ เกณฑ์การประเมิน และผลงานของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรยกระดับการทวนสอบโดยแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกหรือผู้ใช้บัณฑิตเข้าร่วมเป็นกรรมการทวนสอบ พร้อมทั้งนำผลการวิเคราะห์และข้อเสนอแนะจากการทวนสอบไปใช้ปรับปรุงวิธีการจัดการเรียนการสอนและเครื่องมือวัดผลแบบรูบริกส์ (Rubrics) ในรอบปีการศึกษาถัดไปอย่างเป็นรูปธรรมตามวงจร PDCA

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- แม้หลักสูตรจะดำเนินการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ได้ครบตามเกณฑ์ร้อยละ 25 ของรายวิชาที่เปิดสอน แต่กระบวนการทวนสอบในบางรายวิชายังขาดการใช้เกณฑ์การประเมินเชิงคุณภาพ (Scoring Rubrics) ที่ชัดเจน และยังไม่มีการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกหรือผู้แทนจากภาควิชาชีพเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการทวนสอบ หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำคู่มือและแบบฟอร์มการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ที่ครอบคลุมทุกมิติของผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs/PLOs) เชิญผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาร่วมสุ่มตรวจทานผลงานและข้อสอบ พร้อมทั้งนำผลการทวนสอบและข้อเสนอแนะสะท้อนกลับมาจัดทำเป็นแผนปรับปรุงกระบวนการวัดและประเมินผลในรอบปีการศึกษาถัดไปอย่างเป็นรูปธรรมตามวงจร PDCA
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
7. มีการทวนสอบผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่กำหนดในรายชั้นปี
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการวางระบบติดตามและทวนสอบผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาแบบรายชั้นปี (Yearly Learning Outcomes) อย่างเป็นลำดับขั้น ทำให้เห็นพัฒนาการเชิงสมรรถนะและความพร้อมของผู้เรียนตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 จนถึงชั้นปีที่ 4 ได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรเชื่อมโยงเกณฑ์การทวนสอบรายชั้นปีเข้ากับแผนที่การกระจายความรับผิดชอบผลลัพธ์การเรียนรู้ (Curriculum Mapping) และผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) ให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจัดทำระบบบันทึกแฟ้มสะสมงานดิจิทัล (E-Portfolio) เพื่อติดตามและประเมินทักษะเฉพาะบุคคลอย่างต่อเนื่องตลอดหลักสูตร
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- กระบวนการทวนสอบผลลัพธ์การเรียนรู้ในรายชั้นปียังขาดเครื่องมือวัดประเมินสมรรถนะสะสมและเกณฑ์แบบร Rubrics ที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs) อย่างชัดเจนในแต่ละชั้นปี รวมถึงยังไม่มีกลไกส่งต่อข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลระหว่างอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้สอนแต่ละชั้นปีอย่างเป็นระบบ หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำกรอบตัวชี้วัดความสำเร็จ ประจำแต่ละชั้นปี จัดตั้งระบบแฟ้มสะสมงานหรือบันทึกความก้าวหน้าของผู้เรียน และจัดประชุมวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ปลายปีการศึกษา เพื่อนำข้อมูลมาใช้วางแผนเสริมสร้างทักษะและปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนในชั้นปีถัดไปได้อย่างต่อเนื่องตามวงจร PDCA
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
8. มีการพัฒนา/ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน กลยุทธ์การสอน หรือ การประเมินผลการเรียนรู้ จากผลการประเมินการดำเนินงานที่รายงานปีที่แล้ว
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- ในปีการศึกษา 2568 หลักสูตรมีการพัฒนา ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน กลยุทธ์การสอน และการประเมินผลการเรียนรู้ ตามข้อเสนอแนะใน RQF.7 ของปีการศึกษา 2567 ซึ่งได้ดำเนินการเรียบร้อยเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2568
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการนำผลการประเมินการดำเนินงานและข้อเสนอแนะจากรายงานผลการดำเนินการของหลักสูตร (RQF7) ในปีการศึกษาก่อนหน้ามาใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการปรับปรุงกลยุทธ์การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI รวมถึงการปรับเกณฑ์การวัดประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs/PLOs) ให้สอดคล้องกับบริบทวิชาชีพตามวงจร PDCA ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรจัดทำระบบบันทึกและติดตามความก้าวหน้าของการปรับปรุงแผนการสอนรายวิชาแบบ Closed-loop ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มวิชา พร้อมทั้งนำข้อมูลป้อนกลับจากผู้เรียนและผู้ใช้บัณฑิตมาเป็นเกณฑ์วัดความสำเร็จเชิงประจักษ์ของการปรับปรุง เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างยั่งยืน

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- รายงานการพัฒนาจากผลการประเมินปีการศึกษา2567 นำมาสู่การประเมินในปี 2568 ดีขึ้นอย่างไร
- การนำผลการประเมินการดำเนินงานและข้อเสนอแนะจากรายงานของปีก่อนหน้ามาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนในบางรายวิชายังขาดการติดตามผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่องและการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Closed-loop ที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการติดตามแก้ไขปัญหาผลการเรียนค้าง (IP) ในกลุ่มวิชาปฏิบัติการและโครงงาน รวมถึงการวัดความก้าวหน้าของผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs/PLOs) หลังการปรับกลยุทธ์การสอน หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำตารางเปรียบเทียบแผนและผลการพัฒนาอย่างเป็นระบบในทุกรอบปีการศึกษา พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จเชิงประจักษ์และการประชุมทบทวนผลหลังการปรับปรุงร่วมกันระหว่างอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและผู้สอน เพื่อให้การพัฒนาการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างยั่งยืนตามวงจร PDCA

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
9. อาจารย์ใหม่ (ถ้ามี) ทุกคนได้รับการปฐมนิเทศหรือคำแนะนำด้านหลักสูตร การเรียนการสอน และการประเมินผู้เรียน
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- ในปีการศึกษา 2568 หลักสูตรสาขาวิชาการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์และซีรีส์มีการรับอาจารย์ใหม่ในหลักสูตร จำนวน 1 ท่าน คือนายชิตปภพ ประเสริฐไพฑูรย์
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
-
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
10. อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทุกคนได้รับการพัฒนาทาง ด้านวิชาการและ/หรือวิชาชีพอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- ในปีการศึกษา 2568 อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทุกคนได้รับการพัฒนาทางด้านวิชาการและวิชาชีพ
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการส่งเสริมและสนับสนุนให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทุกคนได้รับการพัฒนาทางวิชาการและ/หรือวิชาชีพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ครบถ้วน ร้อยละ 100 ตามเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งการอบรมด้านนวัตกรรมการสอน การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล/AI และการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านวิชาชีพภาพยนตร์และสื่อสร้างสรรค์ ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรสนับสนุนให้อาจารย์นำองค์ความรู้และทักษะใหม่ที่ได้รับมาจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในหลักสูตร และขยายผลสู่การปรับปรุงรายวิชา การสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการ/วิจัย ตลอดจนการขอรับรองมาตรฐานวิชาชีพตามกรอบมาตรฐานสมรรถนะอาจารย์เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- แม้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทุกคนจะได้รับการพัฒนาทางวิชาการหรือวิชาชีพครบตามเกณฑ์ แต่หัวข้อการอบรมในบางส่วนยังขาดความเชื่อมโยงกับทิศทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลง (เช่น AI และนวัตกรรมการผลิตสื่อดิจิทัลขั้นสูง) รวมถึงขาดกระบวนการขยายผลและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เพื่อนร่วมงานในหลักสูตรอย่างเป็นระบบ หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรเชิงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์สมรรถนะเฉพาะด้านของหลักสูตร จัดตั้งกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลังการอบรม และกำหนดตัวชี้วัดการนำความรู้ใหม่มาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและการวัดผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs/PLOs) อย่างเป็นรูปธรรม
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
11. ระดับความพึงพอใจของนักศึกษาปีสุดท้ายที่มีต่อคุณภาพหลักสูตร เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3.50 จากคะแนนเต็ม 5.00
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพจนได้รับคะแนนความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายในภาพรวมเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 3.50 จากคะแนนเต็ม 5.00 อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการดูแลสนับสนุนผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรนำข้อมูลข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงลึกของนักศึกษามาวิเคราะห์จำแนกตามรายด้าน (เช่น ด้านหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน สภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวก) เพื่อนำไปจัดทำแผนปฏิบัติการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรเชิงรุกในรอบปีการศึกษาถัดไป พร้อมทั้งจัดเวทีพบปะหรือช่องทางสะท้อนความคิดเห็นแบบสองทางอย่างสม่ำเสมอเพื่อยกระดับความพึงพอใจและคุณภาพหลักสูตรให้สูงขึ้นอย่างยั่งยืน
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- แม้ผลประเมินความพึงพอใจในภาพรวมจะผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แต่ในบางประเด็นย่อย (เช่น ความพร้อมและความทันสมัยของอุปกรณ์/ห้องปฏิบัติการ การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และความชัดเจนของเกณฑ์การวัดประเมินผลในรายวิชาโครงงาน) ยังได้รับคะแนนประเมินต่ำกว่าด้านอื่น รวมถึงอัตราการตอบแบบประเมินของนักศึกษาบางกลุ่มยังไม่ครอบคลุมครบถ้วน หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำแบบประเมินเชิงลึกและเพิ่มช่องทางรณรงค์ให้นักศึกษาปีสุดท้ายร่วมสะท้อนความคิดเห็นได้ครบ 100% พร้อมทั้งนำผลการประเมินและข้อเสนอแนะเชิงคุณภาพมาจำแนกประเด็นปัญหาเพื่อจัดทำแผนปรับปรุงสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้และกระบวนการจัดการเรียนการสอนร่วมกับคณะอย่างเป็นรูปธรรมในรอบปีการศึกษาถัดไปตามวงจร PDCA
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
12. ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตที่มีต่อบัณฑิตใหม่ เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3.50 จากคะแนนเต็ม 5.00
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและสมรรถนะตรงตามความต้องการของภาควิชาชีพภาพยนตร์และสื่อสร้างสรรค์ โดยได้รับผลการประเมินความพึงพอใจจากผู้ใช้บัณฑิตในระดับสูงมาก เฉลี่ย 4.67 จากคะแนนเต็ม 5.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ (3.50) อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจุดเด่นด้านทักษะวิชาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการปฏิบัติงานจริง ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการและผู้ใช้บัณฑิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งนำข้อเสนอแนะเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีและเครื่องมือการผลิตสื่อสมัยใหม่มาปรับปรุงรายวิชาและกิจกรรมเสริมทักษะ เพื่อรักษามาตรฐานความพึงพอใจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของบัณฑิตในระดับอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- แม้ผลประเมินความพึงพอใจในภาพรวมจะอยู่ในระดับสูง แต่ข้อเสนอแนะเชิงคุณภาพจากผู้ใช้บัณฑิตยังสะท้อนว่าบัณฑิตควรได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมในด้านวินัย ความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลา การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร และความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือผลิตสื่อภาพยนตร์สมัยใหม่ ตลอดจนอัตราการตอบแบบสำรวจจากสถานประกอบการบางกลุ่มยังไม่ครอบคลุมครบถ้วน หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยเพิ่มกลยุทธ์ติดตามและขยายฐานข้อมูลผู้ใช้บัณฑิตเพื่อเพิ่มอัตราการตอบกลับแบบประเมิน พร้อมทั้งนำข้อคิดเห็นดังกล่าวมาบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนการสอนและการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โดยเน้นการฝึกทักษะชีวิต จรรยาบรรณวิชาชีพ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้อย่างตรงจุดตามวงจร PDCA
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)

 
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
13. ร้อยละ 80 ของรายวิชาที่มีการจัดการเรียนการสอน สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนด
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- ในปีการศึกษา 2568 หลักสูตรสาขาวิชาการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์และซีรีส์ มีการจัดการเรียนการสอน จานวน 19 รายวิชา โดยสามารถดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนด คิดเป็นร้อยละ 100
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการบริหารจัดการและกำกับติดตามการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทุกรายวิชาที่เปิดสอนสามารถดำเนินการจัดการเรียนรู้ได้ครบถ้วนตามแผนที่กำหนดไว้ในรายละเอียดของรายวิชา (RQF.3/RQF.4) เกินกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 ส่งผลให้นักศึกษาได้รับการพัฒนาความรู้และสมรรถนะตรงตามกรอบเวลาและผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs/PLOs) อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรกำหนดกลไกการติดตามความก้าวหน้าการสอนระหว่างภาคเรียนร่วมกับระบบสะท้อนความคิดเห็นจากผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อาจารย์ผู้สอนสามารถปรับปรุงกิจกรรมการเรียนรู้และการวัดประเมินผลให้ยืดหยุ่น ทันต่อสถานการณ์ และรักษามาตรฐานการดำเนินงานตามแผนได้อย่างมีคุณภาพยั่งยืน

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- แม้ทุกรายวิชาจะสามารถจัดการเรียนการสอนได้ครบตามแผน แต่การติดตามความก้าวหน้าระหว่างภาคการศึกษาในบางรายวิชาเชิงปฏิบัติการและโครงงานยังขาดความต่อเนื่อง ส่งผลให้นักศึกษาบางส่วนส่งชิ้นงานล่าช้าและเกิดผลการเรียนไม่สมบูรณ์ (IP) เช่นในวิชาปฏิบัติการและปริญญานิพนธ์ หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำระบบกำกับติดตามและประเมินผลระหว่างภาคเรียน พร้อมทั้งให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาจัดตารางตรวจความคืบหน้างานเป็นระยะ เพื่อช่วยเหลือและปรับกลยุทธ์การสอนให้นักศึกษาสามารถผลิตผลงานสำเร็จได้ตามแผนที่กำหนดไว้ใน มคอ.3/มคอ.4 อย่างมีประสิทธิภาพตามวงจร PDCA
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
14. “ระดับความพึงพอใจของนักศึกษา ต่อคุณภาพการเรียนการสอน” การสอนรวมทุกรายวิชา เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3.51 จากคะแนน เต็ม 5.0
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- ในปีการศึกษา 2568 หลักสูตร หลักสูตรสาขาวิชาเขียนบทและกากับภาพยนตร์และซีรีส์ มีการจัดการเรียนการสอน จานวน 19 รายวิชา โดยมีการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาต่อคุณภาพการสอน จานวน 15 รายวิชา ซึ่งรวมทุกรายวิชามีคะแนนเฉลี่ย 3.65
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอนรวมทุกรายวิชาเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ 3.51 จากคะแนนเต็ม 5.00 อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของอาจารย์ผู้สอนและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่สร้างการมีส่วนร่วมได้ดี

ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรส่งเสริมให้อาจารย์ผู้สอนนำผลการประเมินและข้อคิดเห็นเชิงคุณภาพจากนักศึกษาในแต่ละรายวิชามาสังเคราะห์จุดแข็งเพื่อขยายผลเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ภายในหลักสูตร พร้อมทั้งจัดทำระบบสะท้อนความคิดเห็นระหว่างภาคการศึกษา เพื่อปรับปรุงเทคนิคการสอนและการใช้สื่อนวัตกรรมดิจิทัลได้อย่างทันท่วงทีและยั่งยืน

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- แม้ผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาต่อคุณภาพการเรียนการสอนในภาพรวมจะผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แต่ในบางรายวิชาเชิงปฏิบัติการและโครงงานยังมีผลคะแนนประเมินด้านความชัดเจนของเกณฑ์การวัดผล การให้คำปรึกษา และความพร้อมของสื่อ/อุปกรณ์การสอนต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ประกอบกับอัตราการตอบแบบประเมินของนักศึกษาในบางกลุ่มวิชายังไม่ครอบคลุมครบถ้วน หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำระบบรณรงค์และติดตามให้นักศึกษาเข้าประเมินการสอนครบ 100% พร้อมทั้งกำชับให้อาจารย์ผู้สอนชี้แจงเกณฑ์การประเมินแบบ Rubrics ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นภาคเรียน และนำผลการประเมินรายข้อที่ได้รับคะแนนน้อยมาจัดทำแผนปรับปรุงเทคนิคการสอน สื่ออุปกรณ์ และการให้ข้อมูลป้อนกลับแก่ผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรมในภาคการศึกษาถัดไปตามวงจร PDCA
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน
(Key Performance Indicators)
ผลการประเมิน
(ผ่าน / ไม่ผ่าน)
15. ระดับความพึงพอใจของนักศึกษาต่อทรัพยากรสนับสนุนการเรียนการสอน เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3.51 จากคะแนน เต็ม 5.00
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น/ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- ในปีการศึกษา 2568 หลักสูตรสาขาวิชาการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์และซีรีส์ จัดทำแบบสอบถามเพื่อประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาต่อทรัพยากรสนับสนุนการเรียนการสอน (ควรครอบคลุมนักศึกษาทุกชั้นปีการศึกษา) โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.49
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการจัดสรรสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ ทั้งห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์ถ่ายทำและตัดต่อ ตลอดจนซอฟต์แวร์เฉพาะทางด้านภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจของนักศึกษาต่อทรัพยากรสนับสนุนการเรียนการสอนในภาพรวมเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 3.51 จากคะแนนเต็ม 5.00 อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรสำรวจความต้องการอุปกรณ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ (เช่น เครื่องมือ Virtual Production และเครื่องมือ AI สำหรับงานสร้างสรรค์) เป็นประจำทุกปีการศึกษา พร้อมทั้งประสานงานกับคณะในการวางแผนจัดซื้อ บำรุงรักษาเชิงรุก และขยายระบบการยืม-คืนอุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วและตอบสนองต่อการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการของนักศึกษาได้อย่างเต็มศักยภาพ

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- แม้ผลการประเมินความพึงพอใจต่อทรัพยากรสนับสนุนการเรียนการสอนในภาพรวมจะผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แต่ในประเด็นความเพียงพอ ความทันสมัยของอุปกรณ์เฉพาะทาง (เช่น กล้อง อุปกรณ์จัดแสงและบันทึกเสียง) รวมถึงความพร้อมใช้งานของห้องปฏิบัติการตัดต่อและระบบคอมพิวเตอร์สำหรับการเรนเดอร์งานสร้างสรรค์ขั้นสูง ยังได้รับคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าด้านอื่นและมีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุง หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำแบบสำรวจความต้องการและแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์เชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ ประสานงานร่วมกับคณะในการจัดสรรงบประมาณจัดหาอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์เพิ่มเติม พร้อมทั้งพัฒนาระบบจองและยืม-คืนอุปกรณ์ดิจิทัลที่ยืดหยุ่น เพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึงและเต็มประสิทธิภาพตามวงจร PDCA
 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ผลการประเมินจากผลการดำเนินงาน ตัวบ่งชี้ 5.4
ข้อมูลพื้นฐาน ผลการประเมิน
จำนวนยืนยัน กรรมการ
[1] รวมจำนวนตัวบ่งชี้ในแต่ละปี 15 5.00
[2] จำนวนตัวบ่งชี้ที่ดำเนินการผ่านเฉพาะตัวบ่งชี้ที่ 1-5 1-5
[3] ร้อยละของตัวบ่งชี้ที่ 1-5 100
[4] จำนวนตัวบ่งชี้ที่ดำเนินการผ่านรวม 15
[5] ร้อยละของตัวบ่งชี้ทั้งหมดที่ผ่าน 100.00
*หมายเหตุการกำหนดเงื่อนไขเกณฑ์การประเมิน
ถ้า [3] น้อยกว่าร้อยละ 100 ผลการดำเนินงานที่ระบุไว้ในแต่ละปีมีค่าคะแนนเท่ากับ 0.00
ถ้า [5] มีการดำเนินงานน้อยกว่า ร้อยละ 80 ของตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานที่ระบุไว้ในแต่ละปีมีค่าคะแนนเท่ากับ 0.00
ถ้า [5] มีการดำเนินงานร้อยละ80 ของตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานที่ระบุไว้ในแต่ละปีมีค่าคะแนนเท่ากับ 3.50
ถ้า [5] มีการดำเนินงานร้อยละ 80.01 - 89.99 ของตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานที่ระบุไว้ในแต่ละปีมีค่าคะแนนเท่ากับ 4.00
ถ้า [5] มีการดำเนินงานร้อยละ90.00 -94.99 ของตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานที่ระบุไว้ในแต่ละปีมีค่าคะแนนเท่ากับ 4.50
ถ้า [5] มีการดำเนินงานร้อยละ95.00 -99.99 ของตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานที่ระบุไว้ในแต่ละปีมีค่าคะแนนเท่ากับ 4.75
ถ้า [5] มีการดำเนินงานร้อยละ100 ของตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานที่ระบุไว้ในแต่ละปีมีค่าคะแนนเท่ากับ 5.00
ผลการประเมิน เฉลี่ยองค์ประกอบที่ 5 (4 ตัวบ่งชี้) คะแนนที่ได้ 3.50 คะแนน

องค์ประกอบที่ 6 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้

[ตัวบ่งชี้ 6.1] สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้

คะแนนที่ได้ 3
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง
ระบบการดำเนินงานของภาควิชา/คณะ/สถาบัน โดยมีส่วนร่วมของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร เพื่อให้มีสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีระบบและกลไกในการจัดการสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ที่เข้มแข็งและมีความต่อเนื่อง โดยมีการสำรวจความต้องการของอาจารย์และนักศึกษาในแต่ละภาคการศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่จัดหามีความทันสมัยและเหมาะสมกับการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล รวมถึงการมีส่วนร่วมของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรในทุกขั้นตอน ทำให้สามารถจัดหาอุปกรณ์ที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ทรัพยากรเหล่านี้สามารถสนับสนุนการเรียนรู้ในสาขาวิชาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่างอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร คณะ และสถาบัน ตั้งแต่การสำรวจความต้องการ การวางแผนจัดสรรงบประมาณ ไปจนถึงการจัดหาทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลได้อย่างครอบคลุม ทั้งระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ และแพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ (LMS) ที่พร้อมใช้งาน ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรยกระดับการบริหารจัดการโดยพัฒนาระบบจองและติดตามสถานะการใช้งานทรัพยากรแบบออนไลน์ที่เชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมในการเข้าถึงเครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีเกิดใหม่ (เช่น AI Tools, Cloud Production, นวัตกรรมสื่อเสมือนจริง) เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการของนักศึกษาให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องตามวงจร PDCA
 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- ควรสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายภายนอกในการใช้สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ เพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ทำงานจริงกับผู้ประกอบการได้จริง
- แม้จะมีกระบวนการมีส่วนร่วมของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรในการเสนอความต้องการสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ แต่กระบวนการจัดหา จัดซื้อ และการซ่อมบำรุงทรัพยากรดิจิทัลเฉพาะทาง (เช่น การต่ออายุซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ สิทธิ์การเข้าถึงเครื่องมือ AI และระบบประมวลผลสมรรถนะสูง) ร่วมกับคณะและสถาบันในบางช่วงเวลายังมีความล่าช้า ไม่ทันต่อความต้องการใช้งานเร่งด่วนในรายวิชาปฏิบัติการและโครงงานสร้างสรรค์ หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำแผนความต้องการและปฏิทินการจัดหาทรัพยากรดิจิทัลล่วงหน้าแบบบูรณาการร่วมกับคณะอย่างเป็นระบบ กำหนดรอบการตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงรุก ประจำทุกภาคการศึกษา พร้อมทั้งนำข้อมูลสถิติการใช้งานและข้อเสนอแนะจากผู้เรียนมาประเมินความคุ้มค่าและปรับปรุงแผนการจัดสรรทรัพยากรดิจิทัลให้คล่องตัวและทันสมัยอย่างต่อเนื่องตามวงจร PDCA

 
จำนวนสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลที่เพียงพอและเหมาะสมต่อการจัดการเรียนการสอน
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีเป้าหมายและแผนการพัฒนาสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล โดยการบูรณาการใช้ห้องปฏิบัติการของวิทยาลัย
- หลักสูตรมีความพร้อมด้านสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลอย่างเพียงพอและเหมาะสมต่อจำนวนผู้เรียนและการจัดการเรียนการสอน ทั้งห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง อุปกรณ์การผลิตสื่อที่ได้มาตรฐาน สัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ตลอดจนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลที่สามารถรองรับการฝึกปฏิบัติการจริงของนักศึกษาได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้มีแนวทางเสริมคือ ควรสำรวจอัตราการเข้าใช้งานและติดตามความต้องการเทคโนโลยีเกิดใหม่ (เช่น เครื่องมือ Generative AI เพื่องานสร้างสรรค์) เป็นประจำทุกปีการศึกษา เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนขยายขีดความสามารถ ปรับปรุงความทันสมัยของอุปกรณ์ และจัดสรรทรัพยากรดิจิทัลให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่องตามวงจร PDCA

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- หลักสูตรฯ ควรขยายขอบเขตการจัดหาและพัฒนาทรัพยากรที่รองรับการเรียนการสอนในยุคดิจิทัลให้มีความครอบคลุมและทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยี AI สำหรับการฝึกทักษะในด้านต่างๆ ให้กับนักศึกษา
- แม้สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานจะมีจำนวนเพียงพอ แต่ในช่วงเวลาที่มีการผลิตโครงงานสร้างสรรค์หรืองานปฏิบัติการ อุปกรณ์เฉพาะทางขั้นสูง (เช่น ชุดอุปกรณ์ถ่ายทำ อุปกรณ์บันทึกเสียง และสถานีงานคอมพิวเตอร์สำหรับการตัดต่อและเรนเดอร์สมรรถนะสูง) รวมถึงจำนวนสิทธิ์การเข้าใช้งาน (Licenses) ของซอฟต์แวร์และเครื่องมือดิจิทัลเฉพาะทางยังมีจำกัด ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานพร้อมกันของนักศึกษาในชั่วโมงเร่งด่วน หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำระบบจองคิวและบริหารจัดการเวลาการใช้งานทรัพยากรล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาระบบการเข้าถึงทรัพยากรผ่านคลาวด์หรือการทำงานระยะไกล พร้อมทั้งประสานงานกับคณะในการนำข้อมูลสถิติความหนาแน่นของการใช้งานมาวางแผนจัดหา อัปเกรดอุปกรณ์ และขยายจำนวนสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ให้เพียงพอและเหมาะสมต่อจำนวนผู้เรียนอย่างต่อเนื่องตามวงจร PDCA

 
กระบวนการปรับปรุงตามผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาและอาจารย์ต่อสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
ข้อคิดเห็นเบื้องต้น / ขอข้อมูลเพิ่มเติม:
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดเด่นและแนวทางเสริม
- หลักสูตรมีการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาและอาจารย์ในเรื่องสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีในการพัฒนาและปรับปรุง โดยมีผลการประเมินในแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
- หลักสูตรมีจุดเด่นในการนำผลการประเมินความพึงพอใจและข้อเสนอแนะของนักศึกษาและอาจารย์ต่อสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้และสิ่งอำนวยความสะดวกยุคดิจิทัลมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อจัดทำแผนปรับปรุงและพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ร่วมกับคณะอย่างเป็นรูปธรรมตามวงจร PDCA เช่น การปรับปรุงความเสถียรของระบบเครือข่าย การจัดหาและต่ออายุซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ตลอดจนการบำรุงรักษาอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มีแนวทางเสริม คือ ควรพัฒนาระบบรับฟังข้อคิดเห็นและแจ้งสถานะการแก้ไขปัญหาแบบดิจิทัลเพื่อสื่อสารผลการปรับปรุงกลับไปยังผู้เรียนและผู้สอนได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส พร้อมทั้งนำข้อมูลความต้องการเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลสมัยใหม่มาใช้วางแผนจัดสรรงบประมาณเชิงรุกร่วมกับคณะล่วงหน้า เพื่อยกระดับความพึงพอใจและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

 
ระบุข้อคิดเห็นที่เป็นจุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง
- ควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพของสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด อุปกรณ์ และเทคโนโลยี โดยเน้นการปรับปรุงห้องสมุดให้มีหนังสือและวัสดุที่ทันสมัย สอดคล้องกับการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล รวมถึงการปรับปรุงระบบการบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น
- สร้างความร่วมมือหับหน่วยงานภายนอกเพื่อลดภาระด้านงบประมาณในการบริหารจัดการสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล

- กระบวนการนำผลการประเมินความพึงพอใจและข้อเสนอแนะเชิงลึกของนักศึกษาและอาจารย์ไปสู่การปรับปรุงแก้ไขสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ในบางประเด็นยังขาดความรวดเร็วและขาดระบบการสื่อสารสะท้อนกลับเพื่อแจ้งผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาให้ผู้เรียนและผู้สอนรับทราบอย่างทั่วถึง รวมถึงการติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์หลังการปรับปรุงยังไม่ต่อเนื่อง หลักสูตรจึงควรปรับปรุงโดยจัดทำทะเบียนติดตามประเด็นปัญหาที่ระบุกรอบเวลา ผู้รับผิดชอบ และความคืบหน้าร่วมกับคณะอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดทำช่องทางรายงานผลการปรับปรุงสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล และนำผลการประเมินรอบใหม่มาวิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อวัดประสิทธิผลของการปรับปรุงตามวงจร PDCA อย่างเป็นรูปธรรม

 
ให้เพิ่มเติมรายการหลักฐานดังนี้ (ถ้ามี)
ผลการประเมิน เฉลี่ยองค์ประกอบที่ 6 (1 ตัวบ่งชี้) คะแนนที่ได้ 3.00 คะแนน

รายงานผลการวิเคราะห์จุดเด่น/จุดแข็ง แนวทางเสริม จุดที่ควรพัฒนา และแนวทางปรับปรุง

จุดเด่นและแนวทางเสริม

  1. หลักสูตรได้รับการยอมรับจากผู้เรียน รวมถึงการยอมรับคุณภาพของบัณฑิตที่มีผลการประเมินในเกณฑ์ดีมาก
  2. มีกิจกรรมการพัฒนานักศึกษา ทั้งในและนอกหลักสูตร รายวิชาที่ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนได้เกิดการพัฒนา LO ด้านต่าง ๆ สะท้อนจากผลการประเมินความพึงพอใจต่อคุณภาพบัณฑิต อัตราการมีงานทำและประกอบอาชีพอิสระ รวมทั้งผลงานของนักศึกษาที่หลักสูตรส่งประกวด
  3. หลักสูตรมีจุดเด่นในการส่งเสริมให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรทุกคน (ร้อยละ 100) ได้รับการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการและวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอทุกปี ทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมการสอน
  4. หลักสูตรมีจุดเด่นในการจัดหาห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์ผลิตสื่อ ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ และระบบการเรียนรู้ออนไลน์ที่พร้อมใช้งานและเอื้อต่อการฝึกปฏิบัติการจริงของผู้เรียน
  5. หลักสูตรฯ มีผลลัพธ์ที่สะท้อนถึงคุณภาพของการพัฒนานักศึกษาที่ชัดเจนซึ่งเห็นได้จากการได้รับรางวัลจากองค์กรวิชาชีพ

จุดที่ควรพัฒนาและแนวทางปรับปรุง

  1. เพิ่มการสนับสนุนการพัฒนาอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรให้เข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการให้มากขึ้น
  2. อัตราการสำเร็จการศึกษาตามเกณฑ์ (50-60%) เป็นประเด็นที่หลักสูตรต้องดำเนินการวิเคราะห์ปัจจัยสาเหตุ และจัดการเพื่อให้นักศึกษาสามารถสำเร็จการศึกษาได้ตามเป้าหมายของหลักสูตร
  3. ควรมีการวิเคราะห์ประเด็นตามยุทธศาสตร์ชาติเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้สามารถผลิตผลงานสร้างสรรค์ตามจุดเน้น และอัตลักษณ์ของหลักสูตร
  4. ควรเสริมด้วยการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการ เพื่อนำข้อเสนอแนะเชิงลึกมาพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
  5. ควรเสริมด้วยการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (CoP) ภายในหลักสูตร เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่การปรับปรุงรายวิชา การผลิตผลงานวิชาการ/วิจัย และการขอรับรองมาตรฐานอาจารย์มืออาชีพ
  6. ควรเสริมด้วยการพัฒนาระบบจองทรัพยากรแบบออนไลน์และวางแผนจัดหาเครื่องมือเทคโนโลยีเกิดใหม่ (เช่น AI และ Cloud Production) ร่วมกับคณะ เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ดิจิทัลตามวงจร PDCA อย่างยั่งยืน
  7. จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในการส่งเสริมให้เกิดการสร้างผลงานวิจัย งานสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อมองย้อนกลับไปพิจารณาถึงระบบ กลไก และกระบวนการ ยังมองเห็นภาพไม่ชัดเจนถึงกระบวนการพัฒนานักศึกษาเกี่ยวกับทักษะและกระบวนการสร้างงานสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่ชัดเจน รวมทั้งควรมีการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานที่มีการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนกับการวิจัย การบริการวิชาการทางสังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทยให้ชัดเจน
  8. ควรเพิ่มความหลากหลายของเครื่องมือในการประเมินผลผู้เรียนที่สามารถวัดทักษะต่างๆ ของนักศึกษาได้หลากหลายมิติมากขึ้น เช่น จากผลการประเมินของสถานประกอบการหรือหน่วยงานที่นักศึกษาไปฝึกงาน หรือสหกิจศึกษา เป็นต้น

การตรวจสอบในการดำเนินการจัดการศึกษา เพื่อการรับรองมาตรฐานการอุดมศึกษาในหลักสูตรการศึกษา (Post - Audit)

1. ผลลัพธ์การเรียนรู้

ผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการของผลลัพธ์การเรียนรู้แต่ละด้านระหว่างเรียน และมีการสะสม จนมีแนวโน้มที่มั่นใจได้ว่า จะบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ โดยรวมที่กำหนดในหลักสูตรการศึกษา

รายการเอกสารหลักฐาน
ผลการประเมิน
ระบุข้อคิดเห็น
- หลักสูตรมีระบบติดตามและประเมินพัฒนาการของผู้เรียนตามผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLOs/PLOs) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการวัดผลระหว่างเรียน (Formative Assessment) และการสะสมผลงานในรายวิชาปฏิบัติการและโครงงาน ทำให้นักศึกษามีพัฒนาการด้านทักษะวิชาชีพและความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม จนมั่นใจได้ว่าจะบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้โดยรวมที่หลักสูตรกำหนดครบถ้วน
 

2. โครงสร้างหลักสูตร และรายวิชา

รายการเอกสารหลักฐาน
ผลการประเมิน
ระบุข้อคิดเห็น
- หลักสูตรมีกระบวนการสำรวจความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเป็นระบบเพื่อนำมากำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ (PLOs) ที่ครอบคลุมมาตรฐานและเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียน พร้อมทั้งออกแบบโครงสร้างหลักสูตรและจัดลำดับรายวิชาเชื่อมโยงกับ PLOs (Curriculum Mapping) ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน สู่การฝึกปฏิบัติการเข้มข้น โครงงานสร้างสรรค์ และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพจริง ทำให้ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะทางวิชาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ
 

3. การจัดกระบวนการเรียนรู้

รายการเอกสารหลักฐาน
ผลการประเมิน
ระบุข้อคิดเห็น
- หลักสูตรมีการจัดทำข้อมูล RQF.3 และ RQF.5 ตามแนวทาง OBE ที่บูรณาการการเรียนรู้แบบ Formative และ Transformative Learning ไว้อย่างชัดเจน ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ ทักษะ คุณธรรมจริยธรรม และคุณลักษณะที่พร้อมรับการเติบโต (Growth Mindset) รวมถึงทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังมีแผนและรายงานผลกิจกรรมพัฒนานักศึกษา การประเมินผลการฝึกงาน/สหกิจศึกษา ตลอดจนรายงานแนวโน้มความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตในระดับสูง ซึ่งแสดงให้เห็นเชิงประจักษ์ว่าผู้เรียนสามารถนำทักษะไปปฏิบัติงานได้จริงและตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างครบถ้วน
 

4. วิธีวัดและประเมินผู้เรียน

รายการเอกสารหลักฐาน
ผลการประเมิน
ระบุข้อคิดเห็น
- หลักสูตรมีการวัดและประเมินผลทั้งแบบ Formative และ Summative Assessment ตามแนวทาง OBE ในเอกสาร RQF.3 และ RQF.5 อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีระบบทวนสอบผลสัมฤทธิ์รายวิชาและเกณฑ์รูบริกส์ที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ ตลอดจนมีกระบวนการให้ข้อมูลป้อนกลับ (Constructive Feedback) แก่ผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาทักษะระหว่างเรียน และรายงานผลการเรียนรู้ผ่านระบบสารสนเทศอย่างเป็นระบบ ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้เรียนมีพัฒนาการและบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานที่หลักสูตรกำหนดครบถ้วน
 

5. ระบบและกลไกการพัฒนาหลักสูตรและการบริหารคุณภาพ

รายการเอกสารหลักฐาน
ผลการประเมิน
ระบุข้อคิดเห็น
-  หลักสูตรมีระบบและกลไกการบริหารและพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมตามวงจร PDCA โดยมีข้อมูลแนวโน้มผลการประเมินจาก RQF.7 (ครอบคลุม ตบช. 1.1, 4.1–4.3, 5.1, 6.1) ข้อมูลแนวโน้มผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLO, YLO, PLO) และแผนพัฒนาปรับปรุงหลักสูตร (Improvement Plan) ที่ชัดเจน พร้อมทั้งมีระบบจัดการข้อร้องเรียน การติดตามความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต และการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มผ่านการประชุมและช่องทางการสื่อสารออนไลน์ (Website และ Social Media) อย่างทั่วถึง ทำให้มั่นใจได้ว่าหลักสูตรมีกระบวนการควบคุมคุณภาพและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดงานได้อย่างแท้จริง
 
ประเด็นพิจารณา ผลการประเมิน
จำนวนยืนยัน (ประเด็น) กรรมการ
[1] ผ่าน 5 5
[2] ต้องปรับปรุง 0
[3] ไม่ผ่าน 0
[4] NA 0
[5] ผลรวมประเด็นพิจารณาผ่าน 5

สรุปผลการดำเนินงานตามตัวบ่งชี้

ตัวบ่งชี้คุณภาพ ผลดำเนินการ
กรรมการ
1.1 ผลการบริหารจัดการหลักสูตรตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร ผ่าน
2.1 คุณภาพบัณฑิตตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 และด้านผลลัพธ์ผู้เรียนตามมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 4.69
2.2 ร้อยละของบัณฑิตปริญญาตรีที่ได้งานทำหรือประกอบอาชีพอิสระภายใน 1 ปี 5.00
3.1 การรับนักศึกษา 3.00
3.2 การส่งเสริมและพัฒนานักศึกษา 3.00
3.3 ผลที่เกิดกับนักศึกษา 3.00
4.1 การบริหารและพัฒนาอาจารย์ 3.00
4.2 คุณภาพอาจารย์ 2.22
4.3 ผลที่เกิดกับอาจารย์ 3.00
5.1 สาระของรายวิชาในหลักสูตร 3.00
5.2 การวางระบบผู้สอนและกระบวนการจัดการเรียนการสอน 3.00
5.3 การประเมินผู้เรียน 3.00
5.4 ผลการดำเนินงานหลักสูตรตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 5.00
6.1 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ 3.00
ผลการประเมินเฉลี่ยรวม [13 ตัวบ่งชี้] 3.38

การวิเคราะห์คุณภาพการศึกษาภายใน ของคณะกรรมการประเมิน ฯ

องค์ประกอบ ตัวบ่งชี้ I P O คะแนนเฉลี่ย ผลการประเมิน
1 ผ่านการประเมิน หลักสูตรได้มาตรฐาน
2 2 - - 4.85 4.85 ระดับคุณภาพดีมาก
3 3 3.00 - - 3.00 ระดับคุณภาพปานกลาง
4 3 2.74 - - 2.74 ระดับคุณภาพปานกลาง
5 4 3.00 3.67 - 3.50 ระดับคุณภาพดี
6 1 - 3.00 - 3.00 ระดับคุณภาพปานกลาง
ผลการประเมิน 2.89 3.50 4.85 3.38 ระดับคุณภาพดี
ระดับคุณภาพ ระดับคุณภาพปานกลาง ระดับคุณภาพดี ระดับคุณภาพดีมาก